ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านมากนะคะ สำหรับความคิดเห็นมากมาย มีทั้งเห็นด้วยและชี้แนะ ซึ่งจะขอนำมาตอบที่ท้ายเอนทรีนี้ ทำให้เอนทรีนี้อาจจะยาวมากสักหน่อย ถ้าหากใครไม่ต้องการอ่านส่วนคำตอบของคอมเม้นท์ ก็สามารถข้ามไปได้นะคะ

ขอแก้ข้อเข้าใจผิดสักเล็กน้อยก่อน ที่ในเอนทรีที่แล้วเขียนไว้ว่า ผู้จัดงานรายย่อยที่ไม่มีใจ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงบรรดากลุ่มคนรักการ์ตูน (หรือเกม) ต่างๆที่ทุ่มเททั้งทรัพย์และเวลา จัดอีเวนต์ขึ้นมาเพื่อกลุ่มคนรักเรื่องเดียวกัน อะไรแบบนี้นะคะ แต่หมายถึงริษัทที่จัดงานยิบย่อยขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าค่ะ

อย่างเช่นมีอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อสักปีที่แล้ว หากใครจำได้จะเห็นว่า บริษัท style by toyota จัดอีเวนต์บ่อยมาก และเป้าหมายของอีเวนต์ไม่ใช่เพื่อให้กลุ่มคนรักการ์ตูนได้มีกิจกรรมร่วมกันแต่อย่างใด แต่เพื่อให้คนที่เข้าร่วมงานนั้น มาสมัครเป็นสมาชิก style by toyota ด้วยนโยบายมัดมือชกกันง่ายๆ "ถ้าไม่สมัครไม่ได้เข้างาน" ....เห็นๆเลยใช่มั้ยคะ ว่าที่บริษัทนี้จัดงานขึ้นมาก็เพื่อจะรวบรวมเด็กมาทำยอดสมาชิกเท่านั้น ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับโตโยต้าเลยก็ต้องสมัคร จัดงานแบบนี้ถือว่า "ไม่มีใจ" แน่นอนค่ะ

หรืออย่างเช่นงานที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการ์ตูนเลย แต่ว่าก็ประกาศให้มีการประกวดคอสเพลย์ เพื่อที่จะดึงเด็กไปเยอะๆ และสร้างกระแสให้คนไปถ่ายรูป ไปทำข่าว แบบนี้ก็เหมือนกันค่ะ 

ตัวดิฉันเองไม่ทราบว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ ย้อนความไปไม่นาน ไม่ถึงสามปีที่เท่าไร เมื่อปี 2005 ยังมีอีเวนต์ใหญ่แค่สองสามอีเวนต์ และที่จำได้แม่นคือปีนั้นมีงานโดจินเฟสติวัลตอนปลายปี เป็นงานที่ทำให้คนตื่นเต้นมากอีกงานหนึ่ง (แถมจัดที่ MCC ฮอล์ของเดอะมอลล์ กว้างใหญ่และเย็นฉ่ำมากค่ะ ประทับใจงานนั้นที่สุดในชีวิต) แต่พอมาปี 2006 จู่ๆงานการ์ตูนก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล และงานไร้สาระต่างๆก็ทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ตรงนี้อาจจะเป็นเพราะรายการทีวีรายการหนึ่งได้ออกมาทำข่าว สัมภาษณ์เด็กคอสเพลย์ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง และเด็กที่ค่อนข้างเล็กบางส่วนสนใจหันมาคอสกันมาก โดยที่ไม่ได้อิงความรู้สึกที่ว่าชอบคาแรคเตอร์ตัวนั้นตัวนี้จังเลย

ดิฉันไม่ได้บอกว่าผิดนะคะ ที่จะคอสเพลย์อย่างนั้น ที่ญี่ปุ่นเองก็มีกลุ่มเด็กคอสเพลย์มารวมตัวกัน แต่งคอสเดินเล่นอยู่บ่อยๆ เพียงแต่ว่าคอสกอธ กอธโลลิ คอสแมวคอสกระต่าย คอสอะไรที่ไม่ใช่การ์ตูนนี้ พวกผู้ใหญ่มักจะเหมารวมเป็นกลุ่มคอสเพลย์การ์ตูนทั้งหมด เมื่อจัดอีเวนต์แล้วอยากได้เด็กคอสเพลย์ จึงมักจะจัดออกมาในรูปแบบงานการ์ตูน ประกาศให้ขายโดจินได้ แต่พอพวกเซอร์เคิลไปขายเข้าถึงได้รู้ว่า นี่มันไม่เห็นจะมีอะไรเป็นงานการ์ตูนเลยฟระ~~~~

ดิฉันต้องขออนุญาตพูดว่า กลุ่มที่เดือดร้อนมากกว่าคือกลุ่มเซอร์เคิล เพราะว่าคอสเพลย์นั้น คอสเมื่อไรก็ได้ไม่มีปัญหา ถ้ามีเพื่อนเยอะๆก็สนุกดี (แต่ก็คงรู้สึกใช่ไหมคะว่าความน่าสนใจของการคอสเพลย์มันลดลง เมื่อเทียบกับงานในอดีต) ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ดิฉันต่อต้านกลุ่มคอสเพลย์นะคะ ดิฉันเองก็ทั้งคอสด้วย และขายโดจินด้วยค่ะ

ประเด็นที่ถกกันไปมากแล้วทั้งในส่วนของคอสเพลย์ คือ
- เรื่องที่ตากล้องสนใจแต่มนุษย์เจิดจ้า
- เด็กๆพยายามคอสให้เทพโดยที่ไร้ความรักต่อตัวการ์ตูน ขอให้สวยเทพก็จ้างตัด จ้างทำพร็อพ จ้างแต่งหน้า
- การโกงของกรรมการในงานประกวดคอสเพลย์
(และประเด็นร้อนน้อยกว่าอื่นๆ)

และในส่วนของโดจินชิ
- ขายของลิขสิทธิ์ เอารูป official หรือ fanart มาทำสินค้าขายหน้าด้านๆ
- ขายของเรท ทั้งใต้โต๊ะและบนโต๊ะ

ดิฉันคิดว่ามันเกิดขึ้นจากการที่งานการ์ตูนล้นตลาดทั้งสิ้น

เมื่องานการ์ตูนเยอะๆ คอสเพลย์อีเวนต์บ่อยๆเข้า ภาพที่นักคอสเยอะๆ เดินชนกันไปทั้งงานก็กลายเป็นภาพปกติ ผู้คนจึงหันไปสนใจแต่สิ่งที่โดดเด่นขึ้นมา คือพวกไอดอลเลเยอร์ เด็กๆที่ต้องการจะเป็นที่สนใจก็เลยต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นไอดอลขึ้นมาบ้างด้วยการทำทุกอย่างให้คอสออกมาสวยเทพ ส่วนเรื่องประกวดนั้น เมื่อผู้จัดงานอยากได้เด็กคอสที่คอสสุดยอดมาประดับงาน แต่ไม่ต้องการจ่ายเงินให้เด็กเหล่านั้นจริง ก็เลยต้องมีแผนโกงกันนิดหน่อย (โดยที่คิดว่าคนอื่นจะไม่รู้?)

ส่วนโดจินชินั้น เมื่อขายมากๆเข้าผู้ดูแลก็ตรวจดูไม่ไหว รวมไปถึงคนขายนิสัยไม่ดีที่อยากจะขายก็ขาย เวลาที่พอผู้ดูแลมาก็รีบเก็บของลงใต้โต๊ะ ดิฉันได้ยินกับหูเมื่อตอนงาน CP ครั้งล่าสุด บูธที่อัดรูปถ่ายมาขายนั้นแม้ผู้ดูแลของเนกิโบสมาเตือน ก็ไม่สนใจ จนคณะกรรมการดูแลเรื่องลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นมาถึงเก็บด้วยท่าทีเซ็งๆ พร้อมกับบ่นกับเพื่อนว่า "แม่ง... มาแล้วเหรอวะ เซ็งชิบหาย แต่จะไม่เก็บก็ไม่ได้ เจ้านี้เขาโหด" ....แหม สปิริตเซอร์เคิลช่างแรงจริงๆ

งานสมัยก่อนก็มีคนบ่นว่าการที่บังคับมากเกินไปก็น่าเบื่อ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ดีจริงไหมคะ ขนาดบริษัทใหญ่อย่างเนกิโบสยังควรคุมงานของตัวเองไม่ได้ (ดิฉันมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจัดอย่างไม่ตั้งใจ) แล้วงานยิบย่อยอื่นๆละ?

เราสามารถจะทำอะไรได้บ้างไหม? ถ้าพวกเรามีความเห็นที่ตรงกัน และเลือกไปเฉพาะงานการ์ตูนที่จัดด้วยใจ จะทำให้ผู้จัดงานหันมาสนใจคุณภาพงานมากขึ้น และทำให้ปัญหานี้หมดไปได้หรือไม่?

วันนี้ขอจบด้วยคำถามที่ตรงนี้ก่อนนะคะ ขออนุญาตตอบคอมเม้นท์จากเอนทรีที่แล้ว
แต่เนื่องจากมีเยอะมากจริงๆ ขอยกมาแต่ส่วนที่น่าสนใจนะคะ

-----

คุณ dark_shoken ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยเลยค่ะ ขอเสริม ช่วงหลังเด็กคอสเพลย์เยอะมากก แต่ไม่ค่อยมีโดจินชิเท่าไร

แถมงานช่วงหลังๆก็ดูมั่วๆจริงๆนั่นล่ะค่ะ
อยากให้กลับไปเป็นเหมือนเมื่อ 4-5ปีที่แล้ว ที่งานการ์ตูนยังมี Event ไม่มาก
ตอนแรกๆรู้สึกงานมันดูยิ่งใหญ่อลังการมากเลยค่ะ
แต่ช่วงหลังๆ งานมันมีทุกเดือนเลยค่ะ

อยากให้ทำเป็น Event ใหญ่ๆแบบ Comicket แบบญี่ปุ่นอ่ะที่มีแค่ 2ครั้งต่อปี

แต่ก็นะ เพราะ Event ที่จัดในบ้านเรามันเยอะมั่งคะ
อย่างน้อยๆก็น่าจะรวม Eventให้จัดที ปีละ 2-3ครั้งพอ

อันนี้ตรงประเด็นที่อยากจะสื่อเลยล่ะค่ะ
งานการ์ตูนไม่ต้องมีเยอะ แต่ของานที่ดีๆดีกว่า
คอสเพลย์นั้นไพรเวทได้ โดจินก็รวมออกขายแต่ละงานได้ ฟังดูดีจริงๆ...

-----

คุณ จตุรดา shakri เทพหมี ตอบไว้ว่า

ขอเอ่ยถึงประเด็นเรื่องคุณภาพงานก็แล้วกัน เพราะประเด็นอื่นเราไม่ค่อยรู้ 555
การมีงานเยอะๆ นั่นหมายความว่ามี "ตลาด" ให้คนทำงานได้นำเสนอผลงานมากขึ้นมิใช่หรือคะ
ส่วนคุณภาพงานของใครว่าออกบ่อยแล้วจะดีหรือไม่ดี เราว่าขึ้นอยู่กับคนๆ นั้นมากกว่า
จะประณีตหรือราดเบนซิน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนนั้นๆ
ถ้ามีงานใหญ่ประจำปีสองงานแต่คนทำตั้งใจเผา มันก็ไม่ต่างนา...

เราลองนึกภาพ...ถ้าเราเป็นคนทำโดฯ ปีนึงมีสองงานให้ออก แต่ปีนึงมีการ์ตูนที่ชอบเป็นสิบ
เราบอกได้ว่าเราลงแดงแน่ๆ
การมีงานบ่อยๆ คงไม่เลวร้ายมากมายมังคะ ^^"

อันนี้พยักหน้าเห็นด้วยเหมือนกันค่ะ

แต่ว่านะคะ ถ้าหาก "ตลาด" นั้นเป็นตลาดที่ด้อยคุณภาพ คนที่ไปเดินก็ไม่หวังว่าจะได้ซื้ออะไร ถึงจะพิมพ์โดไปขายเท่าไรๆก็ขาดทุน เพราะคนที่ไปไม่ได้ต้องการไปซื้อของ แค่ต้องการไปเดินงานการ์ตูนเฉยๆ แบบนี้เป็นตลาดที่ดี เหมาะแก่การนำเสนอผลงานหรือไม่คะ?

เรื่องคุณภาพโดจิน ดิฉันเห็นด้วยว่าขึ้นอยู่กับคน แต่ว่าถึงจะเป็นคนขยัน แต่จะสามารถวาดโดจินควบกับงานประจำไปเอยๆทั้งปี โดยไม่มีเส้นชัยได้หรือคะ? จบงานนี้ขายงานหน้า จบงานหน้าขายงานต่อไป ตรงนี้เหนื่อยแย่แน่ๆค่ะ ดิฉันมั่นใจว่า มีการ์ตูนที่ชอบเป็นสิบ เขียนออกมาเป็นโดได้ไม่หมดแน่นอนค่ะ ^^"

อืมมมม แต่ถ้าเขียนหมด แล้วลงงานปีละสักสามครั้ง ครั้งละสองสามเล่ม ไม่น่าสนใจหรือคะ? (ว่าแต่คุณจตุรดาขายโดจินตามงานการ์ตูนไหมคะ? ถ้าคุณจตุรดาขายอยู่ และเห็นว่าแบบที่เป็นอยู่นี้ดีแล้ว ดิฉันก็ต้องขออภัยที่ชักแม่น้ำเสียยืดยาวค่ะ ^^")

-----

คุณ LUMiN ตอบไว้ว่า

กระแทกใจมากค่ะ ทุกเรื่องข้างบนนั้น เราก็บ่นกับเพื่อนอยู่บ่อยๆเลย

เดี๋ยวนี้เราไม่ไปทุกงานแล้ว จัดซะ 8งาน เราไปงานเดียว โดยเฉพาะ CP เราเลิกไปแล้วค่ะ แล้วก็ดีใจทุกทีที่ไม่ได้ไป

----------------------
^
^

ถึงเทพหมีคะ คือ........ จัดงานบ่อยมันไม่ใช่ว่า มีตลาดให้ขายเยอะ แต่มันกลายเป็น...... อุ้ย ซื้องานหน้าก็ได้ เดี๋ยวก็มีจัดอีก (repeat*2.5 = จำนวนงานเฉลี่ยต่อเดือนของสมัยนี้) แล้วค่าเปิดบูท 1โต๊ะเฉลี่ยจะ 150 บาท ค่ารถไปงาน (บางคนต้องนั่งแท๊กซี่ เสียไป200+ เพราะต้องขนของเยอะไปขาย) แล้วขายไม่ได้ เพราะมีแต่คนคิดว่า ซื้องานหน้าก็ได้

เพราะว่าเรื่องที่เราทำไม่ได้เกาะกระแสที่กำลังฮิต ทำให้คนซื้อน้อย เพราะมีแต่คนรีบซื้อเรื่องที่กำลังฮิตอยู่กลัวหมด ....ทั้งๆที่เดี๋ยวนี้ ก็มีแต่คนรีปรินท์โดมาขายทุกที เพราะการพิมพ์ทำได้ง่ายขึ้น ทำแค่ 2-5 เล่มก็ยังได้ (ส่วนของเราก็ งานหน้าแล้วกัน.... ตอนนี้เลยงอน ไม่ไปขายโดแล้ว 5555)

งานนึง เราขายโดได้ประมาณ 5 เล่มนี่ เราขายได้เยอะแล้วล่ะ บางงานขายได้ 2 บางงานขายไม่ได้เลย กำไรเล่มละไม่เท่าไหร่ (จริงๆแล้วกำไรนี่คือ ต้นทุนการพิมพ์ ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน ปากกาแท่งนึง ก็ตกประมาณเกือบ 40+ ทำเล่มนึงต้องมีเจ๊งราว2แท่ง ปากกาที่ดีๆหน่อยก็เกือบ 300 กระดาษอีก ยางลบดีๆสำหรับตอนร่างงานก็ก้อนละ 50 )


สรุปแล้ว ที่ขายโดจินนี่ ด้านเงินคือขาดทุน ส่วนกำไรคือความดีใจที่คนอื่นได้อ่านโดจินของเรา

อุ๊ย มีตอบคุณจตุรดาไว้ด้วยค่ะ (ฮา)

CP นี่ไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ ตกปีนึง 3-4 ครั้ง แถมคุณภาพลดลงๆ  เศร้าค่ะ

เมื่อก่อนเวลาเขียนโดจิน คนซื้อเยอะมากค่ะ เพราะทุกคนมางานการ์ตูน มีความตั้งใจไว้ว่าจะมาซื้อโดจิน เรียกได้ว่ามีกระจิตกระใจที่จะพิจารณาซื้อ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ดิฉันมั่นใจว่า ความตั้งใจในการเขียนโดจินของดิฉันไม่ลดลงแน่นอน และงานภาพก็ดีขึ้นด้วย แต่ว่าขายไม่ออกเลยค่ะ เพราะว่าคนที่มานั้นมาใจเปล่า น้อยคนมากที่จะสนใจโดจินของแต่ละบูธที่วางเรียงรายกันสลอน บางคนมาเพื่อซื้องานของเซอร์เคิลที่ตัวเองติดตาม ซึ่งตรงนี้มีผู้ตอบไว้ข้างล่างอีกเหมือนกัน จะขอยกไปพูดตรงนั้นค่ะ

(นิกเหรื่อยหน่อยค่ะ มีเพื่อนบอกว่า "อยากให้โดขายดีๆเหรอ... ก็เขียนยาโอยเรื่องที่กำลังฮิตดิ่" เอ่อ.... ก็ดิฉันไม่ได้ชอบเรื่องนั้น และไม่ได้อยากเขียนยาโอยด้วย สรุปคือถ้าเขียนเรื่องที่ชอบด้วยใจก็กินแกลบไป อยากขายได้ก็จงเขียนเอาใจตลาดซะ แบบนี้สินะ)

-----

คุณ [BlackHabit'sZenro] ตอบไว้ว่า 

เห็นด้วยมาก ๆ

ตอนนี้ยอมรับว่างาน CP เนี่ยถ้าเราจะไป คงจะพิจารณามาก ๆ เลย ถ้าเป็นไปได้จะเลี่ยงแล้ว เนื่องจากการจัดงาน 2-3 ครั้งผ่านมา ที่คุณภาพแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

ก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เดี๋ยวจะมีวีนแตก

ยังไงก็สนับสนุนแนวคิดนี้ค่ะ เลือกไปเฉพาะงานที่มีคุณภาพ เพราะเราเป็นผู้บริโภค ยังไงก็สามารถเลือกได้อยุ่แล้วว่าจะเลือกรับแบบไหน งานที่ไปแล้วไม่ประทับใจ มันก็ชวนให้เสียอารมณ์ แต่ไม่ใช่อารมณืเสียนะ คือหมายถึง อะไรที่มันควรจะได้ มันไม่ได้กลับมาน่ะ ความสุข ความสนุกกับอีเวนท์ ยังไงล่ะ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปกีดกันอะไรมาก มันก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบุคคลด้วย บางทีจำเป็นต้องลงงานนั้นจริง ๆ อะไรอย่างนี้

แต่ถ้าเลือกได้ ยังไงเราคงเลือก คุณภาพ มากกว่า ผักชี แน่นอน

ให้อีก 2 ลูกค่ะ ปิดท้าย

ดิฉันเชื่อค่ะว่าถ้ามี "วันจัดงานที่แน่นอน" ของทุกปี คนที่จะมาลงงานจะรู้ว่า ตัวเองต้องลงงานวันไหน จะสามารถจัดตารางเวลาของตัวเองได้แน่นอน

ความจำเป็นที่คุณ [BlackHabit'sZenro] พูดถึงนั้น เป็นความจำเป็นที่เกิดจากการบีบบังคับค่ะ เนื่องจากงานอะไรต่างๆจัดตีกันมั่วไปหมด วันไหนเป็นวันไหนบ้างก็ไม่รู้ ก็ต้องหาวันที่พอจะว่างแทรกๆลงไป เพราะไม่อยากเลื่อนตารางเวลาของตนเองเพื่องานไหนโดยเฉพาะ (เนื่องจากมันก็เหมือนๆกันไปหมดทุกงาน ลงงานไหนก็ได้) ดิฉันคิดว่ามันไม่ใช่ความจำเป็นที่ดีเลยค่ะ

-----

คุณ "พี่โม่ง" แห่ง ชมรมเชียร์ ตอบไว้ว่า

เวลาอันหวานชื่นไม่อาจกลับมาดั่งเดิมแล้วล่ะครับ

แต่เราสามารถปรับตัวกันได้... ^ ^....

ดิฉันเชื่อว่ามันสามารถจะกลับมาได้ค่ะ ถ้าทุกคนร่วมใจกัน

เป็นเวลาไม่ถึงสองปี ที่สังคมงานการ์ตูนกลายเป็นแบบนี้ มันยังไม่ช้าเกินไปค่ะ...

-----

คุณ itorstudio ตอบไว้ว่า

ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ กลไกทางสังคมคงจัดการเองได้ไม่ยากครับ

งานเยอะ - ไม่มีคุณภาพ งานเร่ง งานเผา คนมาจนเบื่อ
อีกหน่อย
งานจะจัดน้อยลง - คนมีเวลามากขึ้น ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น

big smile สนับสนุนความคิดด้วยคนครับ

ยากจริงๆค่ะที่กลไกทางสังคมจะปรับคืน หรืออาจจะนานมากไม่รู้ว่ากี่ปี เพราะอย่างที่ดิฉันว่า พอไม่มีงานที่ระบุวันเวลาที่แน่นอน แต่มีงานโน้นงานนี้ คนที่อยากไปก็ต้องเลือกเอาสักงาน ว่าจะไปงานไหน ทำให้ทุกงานมีคนไปเฉลี่ยพอๆกัน ดังนั้นการที่จะล้มเลิกการจัดงานเหล่านี้ คิดว่าคงจะยากค่ะ

และขอบคุณนะคะที่สนับสนุน ^^

-----

คุณ t a i r a t a r a b a n ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยว่ามันเยอะเกินไปแล้ว
นี่ยังไม่นับอีเว้นท์รายเดือนต่างๆ นะ
คิดถึงฟิลล์เวลารองานวีบีเคเมื่อก่อนอ่ะ
ถ้าขอได้ก็ขอน้อยๆ แต่มีคุณภาพงานล่ะกัน

พวกงานรายเดือนอย่าง J-trend เป็นงานที่เน้นแต่งตัวคอสเพลย์ โดยมีจุดประสงค์คือเป็นสถานที่ที่ให้คนที่แต่งคอสมารวมตัวกันได้ โดยไม่ได้เน้นไปด้านการ์ตูนค่ะ ^^ อันนี้ไม่นับนะ

ป.ล. จริงด้วยค่ะ เมื่อก่อนตอนรองาน VBK ตื่นเต้นมากกกกกกกก

-----

คุณ ~HeyLayDia~ ตอบไว้ว่า

อ๊ากกกกกกกกกกกกซ์ อ่านแล้วเดจาวูอย่างแรงค่าา!!

ในฐานะเซอร์เคิล ยอมรับค่ะ ว่าถ้ามีงานก็อยากไปมันซะทุกงาน(ของมันจะได้ถ่ายเท)
แต่บ่อยเกินมันก็ไม่ทันจริงๆนะ

แล้วขอบอกตามตรงว่า หลังๆมีแต่CP...
จัดก็บ่อย แถมหลังๆกลายเป็นงานอะไรไปก็ไม่รู้แล้ว มั่วซั่ววววววววววมากก!!!
บอกตามตรงว่าเข้าไปแล้วอย่างช็อค...รูหนูมันยังใหญ่กว่าเลย..

ในฐานะคนเดินงานก็เบื่อค่ะ มีแต่ของเดิมๆ(ก็แหงล่ะ ขนาดตรูยังทำไม่ทันเลย)

ส่วนคอสเพลย์เหมือนเป็นของแถมงานค่ะ..
งานสมัยนี้อะไรๆชอบเอา"คอสเพลย์มาเป็นตัวล่อคนอยู่เรื่อย
ไม่มีสถานที่ให้..ถ่ายตรงนั้นก็ไม่ได้ ตรงนี้ก็โดนไ่ล่

ไปเปิดตารางงานปีนี้ มีงานคอสแทบจะทุกสัปดาห์เลยค่ะ เห็นแล้วจะเป็นลม กลายเป็นว่า แทนที่จะไปกันเยอะๆทีเดียว ก็ไปกันแบบกระปิดกระปอยอ่ะค่ะ ถ้าอยู่ไกลแล้วตั้งใจไปเป็นตากล้องนี้ไม่คุ้มอย่างแรง..

สุดท้ายอยากบอกว่าไม่ชอบเน**โบสอย่างแรงค่ะ!!
ล่าสุดไปประกาศชนงานBr. ทั้งๆที่ที่เค้าประกาศก่อน!(มันทำแบบนี้.อีกแล้ว..) ถือว่างานใหญ่แล้วประกาศทับงานที่คนการ์ตูนเค้าอยากจัดด้วยใจจริง ..แบบว่ารับไม่ได้อย่างแรง

จริงค่ะ  รูหนูยังใหญ่กว่าเลย...

จริงค่ะ  มีแต่ของเดิมๆ...

งานบ่อยจนต้องเอาของเก่ามาขาย จะไม่ขายก็ไม่ได้เพราะแต่ละงานมันขายไม่ออก ต้องเอาไปลงงานต่อไปเรื่อยๆให้มันหมด ในฐานะเซอร์เคิลแล้ว ...... มันเศร้าค่ะ ...

-----

คุณ C a t t y C a n d y ~* ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยค่ะ

ขนาดเราเป็นเด็ก ตจว. (อยู่ฉะเชิงเทรา) ไปงานได้ไม่ได้บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะไปงานที่จัดวันอาทิตย์ ยังรู้สึกเลยว่า คุณภาพงานมันด้อยลงทุกทีๆ

งานการ์ตูนที่เราไปครั้งแรกคือคอมมิเกะครั้งที่ 2 ถึงแม้สถานที่จะแคบมากกกกก แต่เราก็ยังหมดเงินไปเยอะเลย เพราะคุณภาพโดและสินค้าที่ออกมานั้นน่าซื้อ

แต่เดี๋ยวนี้ไปงานรู้สึกเหมือนเสียเงินค่าเข้าเปล่าๆ เพราะไปเดินก็ได้โดแค่เล่มสองเล่ม บางงานได้แค่พวงกุญแจอันเดียวด้วยซ้ำไป

พูดแล้วจะเหมือนคนแก่ อยากให้กลับไปเป็นบรรยากาศเก่าๆ ที่นานๆทีมีงานครั้งมากกว่า งานสนุกมากๆทั้งๆที่เราเองก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากมาย

จริงด้วยนะคะ เมื่อก่อนดิฉันเองก็อยู่ต่างจังหวัด แต่ว่าพอมางานการ์ตูนใหญ่ๆทีไร ได้กลับไปแต่ความประทับใจ กับความรู้สึกว่า ยอกไปเลยยยย อยากจะมาอีก... แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วล่ะค่ะ... (บางงาน ดิฉันก็ได้พวงกุญแจอันเดียวค่ะ ซื้อด้วยความรู้สึกที่ว่า เอวะ ไหนๆก็มาแล้ว)

คุณ C a t t y C a n d y คิดว่า ถ้าปีหนึ่งมีงานใหญ่เพียงสองหรือสามครั้ง แต่เป็นงานที่คุ้มค่าน่าเดิน จะคุ้มไหมคะถ้าต้องเลื่อนตารางการทำงาน แต่เดินทางจากต่างจังหวัดมางานการ์ตูน?

-----

คุณ garun ตอบไว้ว่า

ถ้าเหลือแต่งานใหญ่ๆมันก็ดีกับทุกคนนะครับ ทั้งคนขาย และคนซื้อ

แต่จะดีหรือครับ ถ้าผูกขาดเหลือคนจัดไม่กี่เี่จ้า

ถ้ามีเจ้าใหญ่ๆจัดงานประจำก็มีอยู่แล้ว
ที่เหลือคือถ้าเป็นเจ้าเล็กๆรวมตัวกันจัดงานใหญ่คงจะดีกว่ามั้ง

(แต่บางที เขาก็อยากจัด only eventเฉพาะบางเรื่องนี่ครับ)

ใจจริงคืออยากให้คนจัดทุกเจ้าเขาร่วมกันจัดน่ะค่ะ ไม่ใช่ผูกขาดเจ้าเดียว

ส่วน only event ดิฉันไม่เอามาตำหนิรวมอยู่ในบทความนี้เลยค่ะ ^^

-----

คุณ naiamibios ตอบไว้ว่า

งานไม่ได้แคบลงหรอกครับ คนไปมากขึ้นต่างหาก ถ้าจะเอาที่ๆมันกว้างขวางใหญ่โตก็คงต้องไปจัดตามฮอลล์ใหญ่ๆ ค่าเช่าก็วันละหลักแสน....ส่วนงานที่ CWP ก็ค่อนข้างโชคดีหน่อยที่ทาง CWP เอื้อเฟื้อด้วยส่วนหนึง

ปัจจุบัน คุณจะหาที่จัดงานได้ที่ไหนอีก ตึกฐานฯเองก็เป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้ก็เห็นที่เหลือจัดงานเล็กๆก็มี..
1. ร.พ.เซนต์หลุยส์
2. สโมสรนายทหารฯ
ที่จัดงานราคาไม่แพง ในกรุงเทพฯ เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับ ต้องลองไปตรวจสอบดู

และอยากให้ลองนับดูว่า งานที่เป็นทั้งงานคอสและขายการ์ตูนด้วยจะมีอยู่กี่งาน ผมว่ามันก็ไม่เยอะนะ ไอ้ที่จะเยอะก็คืองานที่มีประกวดคอสเพลย์กับเต้น ซะเป็นส่วนใหญ่

ส่วนไอ้เรื่องมีใจ หรือ ไม่มีใจ นั้นก็อยากจะบอกว่า คงต้องดูกันเป็นครั้งๆไป ผมก็ไม่ได้รู้นอกออกในเกี่ยวกับกลุ่มผู้จัดแต่ละกลุ่มเลย แต่ถ้าอาศัยมุมมองในเชิงธุรกิจเพื่อที่จะให้เกิดการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ก็คงจะต้องปฏิเสธหลักการและอุดมคติไปบ้าง การทำงานกับกลุ่มคนที่เป็น "ศิลปิน" น่ะมันลำบากครับ เพราะคนกลุ่มนี้อารมณ์+ความรู้สึก สำคัญกว่าเรื่องเหตุผล

ถ้าผู้จัดงานทุกเจ้าร่วมกันจัด น่าจะเป็นไปได้นะคะที่จะเช่าฮอลล์ที่ใหญ่พอ

งานล่าสุดที่ CTW นั้นต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อจาก CTW ด้วยเพราะว่าเนกิโบสจัดงานบ่อยเกินไป ก็เลยมีงบในการเช่าที่จัดงานน้อยลงหรือเปล่าคะ? จัดปีละสามสี่หน กับจัดปีละหน สถานที่ที่เช่าได้น่าจะต่างกันมาก และถ้าทุกริษัทช่วยกัน ก็น่าจะได้ที่ที่ใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก จริงไหมคะ?

เรื่องการจัดงานเพื่อธุรกิจโดยไม่มีใจ ดิฉันอยากพูดตรงๆนะคะว่า คุณใช้เด็กการ์ตูนหากินใช่ไหมคะ นี่ไม่ใช่การทำงานกับศิลปินค่ะ (บริษัทไม่ได้ต้องจ้างนักวาดมาวาดการ์ตูน เพื่อลงงานต่างๆ แต่บริษัทตั้งบูธเก็บเงิน ให้นักวาดมาเช่าค่ะ) และมีเหตุผลอะไรหรือคะที่บริษัทจะต้อง "จัดงานอย่างต่อเนื่อง"? เพื่อเหตุผลทางธุรกิจ = เพื่อกำไร ใช่ไหมคะ? (ดิฉันยืนยันอีกครั้งว่า ไม่จำเป็นต้องจัดงานเยอะๆ บ่อยๆ ติดต่อกันค่ะ ไม่ใช่ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของงานแน่นอน)

-----

คุณ ginda a.k.a. ~pride~ ตอบไว้ว่า

เห็นด้วย ... คนเดินก็เริ่มเซ็งเหมือนกัน เพราะ Layer ก็ชุดเดิม งาน Circle ก็เรื่องเดิม ...sad smile

อีกอย่าง งานที่ไป ควรมีกิจกรรมด้วย ไม่ใช่งานวันพบญาติ เอ๊ย! มิตรสหาย หรือมานั่งจ่อมวาดรูปเป็นกลุ่มๆ

นั่นสินะคะ ถึงขนาดจัดงานโดยไม่เตรียมกิจกรรมไปนี่ก็... จะจัดทำไม๊

-----

คุณ 'ออม' เองงับ ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยอย่างแรง Hot! Hot!
แต่ส่วนใหญ่เราก็ไปทุกงานนะ
ถ้างานไหนแบบว่าไม่โอจริงๆ ครั้งต่อไปดูกำหนดการณ์และสถานที่แบบนี้อีกเราก็ไม่ไปละ --

และงานส่วนใหญ่มันมีในกรุงเทพซะทุกงานเพราะคนส่วนใหญ่จะ 'สะดวก' โปรดอย่าลืมว่าประชากรที่ชื่นชอบการ์ตูนไม่ได้อยู่แค่ในเมืองหลวงเน้อ...

การเดินทางสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลมันไม่สะดวกและเปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนกัน แบ่งๆมาเปิดงานในแถบปริมณฑลบ้างก็ดีเน้อ (กะว่างั้นละ question )

แต่ก็รู้ๆว่าทั้งนี้การจัดงานมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายน่ะนะ...

-- เสนอนิด อีกประเด็นนึงที่น่าจะจัดงานใหญ่ๆ (ไม่นับ only event) คือ 'ผู้ใหญ่'
อย่างงานที่จัดมาถี่ๆอย่างนี้ทำให้พ่อๆแม่ๆมองว่ามันดูไร้สาระ เดี๋ยวก็มีๆอีกละ
ถ้าเป็นแบบงานใหญ่ๆอย่างงานหนังสือที่นานทีมีครั้ง (เปรียบซะ... sad smile เปรียบเทียบเวลาน่ะนะคะ)
มันจะทำให้ดูประมาณว่า 'งานดูจริงจังดี มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน' ประมาณนั้น พูดไม่ถูกอ่ะ... = =;;

ปล. งาน CP ที่บางคอมเมนต์บอกชวนจะวีนแตกจริงๆแฮะ -- อย่างงานล่าสุดที่ว่าก็โปรโมตรถซะงั้น + มีพวกตากล้องทะเลาะกับคอสเพลเยอร์หน้าเวทีอีก (ใครเห็นบ้างๆ?) มันน่า -- จริงๆนะ angry smile

จริงค่ะ มันดูไร้สาระแล้ว

คุณแม่ของดิฉัน ที่เมื่อก่อนก็เห็นด้วยกับการขายโดจิน เดี๋ยวนี้ยังบอกเลยว่า "งานมันจะมีอะไรบ่อยจังลูก" และเริ่มไม่พอใจที่ต้องเสียเงินไปเช่าบูธขายบ่อยๆค่ะ (ขายไม่ออกอีกตะหาก) ดีนะที่ไม่ได้ตัดชุดคอสใหม่ทุกงาน ไม่งั้นท่านแม่คงอาการแย่กว่านี้ - -"

ถ้ามันเป็นงานใหญ่ เป็นงานที่จริงจัง ไม่เหลวเป๋วเละเทะทุกเดือน ดิฉันก็เห็นด้วยว่า "งานการ์ตูน" จะดูเป็นการเป็นงาน มีคุณค่าขึ่นในสายตาผู้ใหญ่ค่ะ

-----

คุณ [akari] (ขอโทษค่ะ ชื่อพิมพ์ยากมาก) ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยค่ะ เห็นด้วย
รู้สึกว่าหลัง ๆ มานี่เริ่มย่ำแย่ขึ้นทุกที ไปแล้วก็เริ่มเบื่อ...รู้สึกว่า ไปทำไมเนี่ย?
หลัง ๆ เลือกงานที่จะไปตามโดที่จะออกค่ะ เหอ ๆ (ซะงั้น?)
ตารางงานแน่นมาก จัดแทบทุกอาทิตย์ ตกใจเลยทีเดียวเชียว ทำไมมันหนาแน่นอย่างนี้เนี่ย?

สนับสนุนด้วยอีกคนHot!

เหมือนดิฉันเลยค่ะ ^^" งานอื่นไม่สนใจ ไปแต่งานที่ตัวเองลงโด

สรุปก็คือแค่ไปขายของ ไม่ได้อารมณ์ร่วมในการไปงานการ์ตูนแต่อย่างใด

-----

คุณ Blood Lust Vampire (:: ตอบไว้ว่า

ตอนไปจัดงานครั้งแรกก็ซึ้งซะแล้วกับระบบลูกเมียน้อย sad smile
ขนาดโต๊ะก็ไม่เท่ากับที่ระบุไว้ ยังดีที่ข้างๆเรามาแป๊ปเดียวก็ไปเลยมีที่พอแบ่งกับคนข้างๆที่โดนเบียดด้วยเพิ่ม sad smile

ปล.เดี๋ยวนี้เห็นงานโดวจินแบบออริน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ราคาก็แพงขึ้นๆจนบางงานที่อยากเก็บก็ซื้อไม่ลง sad smile

โต๊ะแคบลงๆจริงด้วยค่ะ... เพราะสถานที่มันเล็กเหลือเกิน แต่เจ้าของงานอยากได้เซอร์เคิลเยอะๆ ตรงนี้เหล่าเซอร์เคิลก็รับกรรมกันไปค่ะ ส่วนโดจินออริจินัลนั้น ขายไม่ออกไม่ต้องแปลกใจ เพราะว่าขนาดโดจินอนิเม ยังขายไม่ออกเลยค่ะ!!!

-----

คุณ Reborn Only Event Staff ตอบไว้ว่า

จริงๆแล้วตอนนี้งานที่สนพ.ร่วมมือกันจัดก็มีแล้วนะคะ แต่แฝงอยู่ในงานมหรรมหนังสือเด็กและเยาวชนอีกที โดยใช้ชื่อว่า "คอมิคเฟสติวัล" ซึ่งผ่านไปแล้วที่งานศูนย์สิริกิติ์ โดยที่ไม่ค่อยมีบูธโดจินชิ พาโรดี้ แต่อย่างใด ถ้าหวังพึ่งสนพ.ใหญ่ๆ เราว่า โดจินชิพาโรดี้คงอยู่ในข้อห้ามจากทางไลเซนส์แต่ละที่ของสนพ.มั้ง ก็เลยมีแต่ประกวดคาราโอเกะ / คอสเพลย์/ บูธโดจินชิออริจินอล (ที่เราดันเดินหาไม่เจออีก)

ตอนนี้เราว่า งานใหญ่ของแต่ละปีก็คงเป็นงานโกโกโระ กับ คอมิคเอ็กโปน่ะค่ะ ส่วนงานใหญ่ แบบคอมิคปาร์ ถึงคนจะไปเยอะ (เราเองก็ไปขายของประจำ) แต่เราว่ามันมั่วซั่วเละเทะมาก มีทั้งขายของที่ลอกจากออฟฟิเชี่ยลมา และไอเท็มเรท 18 - -"

ถ้าจะโหยหางานการ์ตูนที่มีคุณภาพ สงสัยคงต้องมีเสียงครหาว่า เรื่องมาก เหมือนงานในอดีตมั้งคะ (แต่ถ้าไม่ทำผิดกฏซึ่งมีอยู่ตามสามัญสำนึกอยู่แล้ว)เราว่าคงต้องให้น้องๆรุ่นต่อไปเป็นผู้จัดแล้วค่ะ

คอมิคเฟสติวัล... น่าเสียดายจริงๆที่ไม่ได้ไปค่ะ > <

งาน kokoro นี้น่ายินดีจริงๆ ที่ไต่เต้าจากความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่จัดงานเล็กๆเพื่อการกุศล จนเป็นงานใหญ่ประจำปีได้ ^^

อืมมมมมม เสียงที่ครหาว่าเรื่องมากนั้น ถ้าเป็นเสียงของคนที่ทำให้งานการ์ตูนแย่ลง ดิฉันคิดว่า ทำหูทวนลมซะบ้างคงได้น่ะค่ะ (เช่นพวกบูธ 18+ นั้นถ้าไม่ให้ขาย ก็คงโดนว่าว่าเรื่องมากใช่ไหมละคะ) แต่ถ้าจัดงานใหญ่ประจำปีได้จริงๆ จะให้มีส่วนเฉพาะของ 18+ และดูแลไม่ให้ผู้ซื้ออายุน้อยเกินไป ก็คงจะทำได้น่ะค่ะ

-----

คุณ Jenova ตอบไว้ว่า

ปีละสองครั้งทรมานใจไปนิดค่ะ ถ้าพลาดงานนี้แล้วรอไปอีกครึ่งปี ตายค่ะตาย ลงแดงตายแน่

เอาซัก เอิ่ม สองเดือนครั้งได้มั้ย? สามเดือนครั้งก็ได้เอ้า

^^" ถ้าปีละสามหนก็สี่เดือนครั้ง

แต่ว่างานใหญ่จัดแค่ปีละสองหน ถ้าไม่คอขาดบาดตายจริงๆ คุณ Jenova คงไม่พลาดหรอกมังคะ (ฮา)

-----

คุณ Chubby Chocobo ตอบไว้ว่า

ถึงผมอยู่ต่างจัดหวัด ยังรู้สึกได้เลยว่าบางงานมันเยอะจนเฝือจริงๆ
ตอนนี้เลยเปลี่ยนไปเป็น การติดตามผลงานของบางกลุ่มแทนครับ
เอา circle ที่ติดตามเป็นตัวตั้ง ไม่เอาตัวผู้จัดงานเป็นตัวตั้งอีกแล้ว

ส่วนใหญ่คนที่มาก็จะเป็นแบบนี้เลยล่ะค่ะ คือมาเพื่อซื้อบูธที่ติดตาม แล้วก็กลับบ้าน

จริงๆแล้วถ้าจัดงานใหญ่ของปีแบบที่ดิฉันพูดได้ ก็คงต้องใช้วิธีนี้ เพราะจะไปเดินดูโดจินชิทั้งงานก็คงไม่ได้ใช่ไหมคะ (นึกถึงงานที่ญี่ปุ่นไว้) แต่ว่าโดจินที่คุณกะว่าจะไปซื้อนั้น ก็จะไม่ใช่แค่เล่มสองเล่ม แต่ก็จะเป็นกอบเป็นกำพอที่คุณจะกลับมานอนอ่านที่บ้านได้อย่างมีความสุข อารมณ์ดีเพราะไปงานการ์ตูนมา จริงไหมคะ (ไม่ใช่ว่าได้โดมาหนึ่งเล่ม พวงกุญแจอีกอัน...)

-----

คุณ moname Zosanขึ้นสมอง ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยมากๆ สมัยก่อนที่มีงานการ์ตูนจัดปีล่ะไม่กี่ครั้ง
เดี๋ยวนี้จัดถี่มาก นับไม่ถ้วนเลย จัดมันทุกอาทิตย์
จากที่ตะก่อนเคยซื้อโดฝีมือคนไทยครั้งละ7-8เล่มกลับบ้าน
เดี๋ยวนี้ซื้อแต่โดยุ่น เดี๋ยวนี้โดไทยขายไม่ค่อยออกค่ะ ถ้าไม่เทพ+ดังจริงๆ
พองานถี่เข้า คนก็เริ่มเผาโดกันมากขึ้น-__-|| ไม่ค่อยเห็นโดดีๆแล้วสมัยนี้
พี่ที่เคยเขียนๆก็หายไปไหนกันหมดไม่รู้T T"
รู้สึกว่า บรรยากาศงานการ์ตูนมันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ.....คิดถึงบรรยากาศเก่าๆจัง
ที่นานๆที ที่พวกเราเฝ้ารอที่จะไป ไม่ใช่ว่า เดี๋ยวก็จัดอีกแล้ว เลือกไปงานกันไม่ถูกเลย
ส่วนCPที่ตอนแรกๆดูยิ่งใหญ่ ตอนนี้ดูเป็นงานธรรมดาไปแล้วค่ะ บางทีก็จัดในสถานที่เล็กๆแบบมากๆ
ทำเอางงไปเลยค่ะ- -มันไม่ใช่แล้ว แบบนี้
ทำอะไรให้มันพอดีๆดีกว่า มากไปมันน่าเบื่อ แล้วเราก็จะเฝ้ารองานดี มีคุณภาพกันต่อไปT T!!!!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ถูกใจมากๆ เอาไปเลย

T T!!! จริงค่ะ เมื่อก่อนซื้อโดทีละ 7-8 เล่มสบายๆ เดี๋ยวนี้แทบไม่ซื้ออะไรเลย...

-----

คุณ Ares ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยทุกประการค่ะ เราชอบงานคอสเพลย์สมัยเมื่อหลายปีก่อนมากๆ มันรู้สึกว่ามีคุณค่า(และคุณภาพ)กว่าตอนนี้เยอะ จากเมื่อก่อนที่ไปเกือบทุกงาน ตอนนี้เป็นแทบจะไม่ได้ไปแล้วค่ะ(โดยเฉพาะ CP งานการ์ตูนถูกเอาไปใช้เป็นเครื่องมือโปรโมตสินค้าชัดๆ - -")

เดี๋ยวนี้เห็นบางงานประกาศเลย ใครแต่งคอสไปให้เงิน เห็นแล้วปวดใจมากค่ะ

เย้ย.... จริงดิ่............

แบบนี้เอาเด็กไปโปรโมตงานชัดๆ (ส่วนงานก็จัดโปรโมตสินค้า)

พูดตรงๆผิดหวังใน CP ครั้งล่าสุดจริงๆค่ะ บนเวลทีมีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ ไม่ค่อยจะเห็นเจตนาเลย...

-----

คุณ อูฐกินกล้วย~* ตอบไว้ว่า

เรื่องที่ติดใจตอนนี้ก็คือคนทำโดเผาโดกันมากขึ้นน่ะค่ะ
คนไปงานการ์ตูนส่วนใหญ่ก็สนใจจะไปคอสกันมากกว่า แต่ไม่ค่อยออกโด ซื้อโดกัน
อยากให้จัดทีนึงเป็นมหกรรมใหญ่ๆไปเลยเหมือนกัน ปีนึงไม่ต้องมีมาก แต่จัดให้ดีๆไปเลย
นี่มีทุกสองสามอาทิตย์เลย อารมณ์มันคือ "งานไหนก็ได้ ยังมีอีกหลายงาน"


ขอมอบดราก้อนบอลดีกว่าค่ะ Hot!

ใช่ค่ะ งานไหนก็ได้ ยังมีอีกหลายงาน และที่สำคัญ จะงานไหนก็เหมือนๆกัน

-----

STECHA ลา ล่า~ ตอบไว้ว่า

เห็นด้วยว่างานของบาง บ. ไม่ค่อยให้เกียรติเซอร์เคิลค่ะ บูทขายโดนี่เบียดเสียดไม่ไหวเลย ก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องทางการค้านะ เอาไปโหมให้สปอนเซอร์ หรือของขายของทาง บ. ก็ว่าไป แต่คนไปออกบูทรู้สึกแย่จริงๆ

ส่วนเรื่องโดจิน เราก็เป็นคนเขียนโดมาก่อนค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ได้เขียนแล้ว และไม่ได้ติดตามโดปัจจุบันเท่าไร แต่ถ้าเป็นมุมมองของผู้บริโภค เราเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ดีและเข้าตาจริงๆ เท่านั้นค่ะ

ถ้าทำมาแย่ ถึงออกบ่อย ออกทันทุกงานเราก็ไม่ซื้ออยู่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องโดจินต้องมีคุณภาพ เราคิดว่าขึ้นกับความตั้งใจของผู้เขียนและความพอใจของผู้ซื้อเอง ไม่จำเป็นต้องทำให้ทันซะทุกงาน

นักเขียนโดบ้านเรางานนึงอาจขายไม่ได้มาก การที่มีงานบ่อยๆ ก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้ขายได้เรื่อยๆ แต่คุณภาพนี่วัดใจคนเขียนละกันค่ะ ว่าทุ่มเทขนาดไหน คนซื้อเดี๋ยวนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีหัวคิด ถ้าทำออกมาไม่ดี คนอยากได้ก็น้อยตามไปตามผลของงานค่ะ

เบียดกันจริงๆค่ะ ส่วนใหญ่ก็เบียดอยู่แล้ว แต่บางงานที่นั่งในบูธได้คนเดียว ยืนสองคนก็ไม่ได้แล้ว...

โดเล่มที่ดีจริงๆ และเข้าตาจริงๆ เดี๋ยวนี้หายากมากค่ะ... อาจจะเป็นเพราะงานมีเยอะและบ่อย ทำให้เรารู้สึกว่าโดจินเป็นของโหลเกลื่อนกลาดก็ได้ เพราะฉะนั้นของที่ค่อนข้างดี แต่ยังไม่ดีสุดๆ ก็เลยยังไม่โดนใจ (แต่พูดตรงๆถ้าตั้งใจทำสักหน่อย เราเองก็ถือว่ามีคุณภาพแล้วค่ะ ไม่ใช่ขูดๆขีดๆมา ขายเล่มละ 180 นี่ไม่ไหว)

-----

ขออภัยสำหรับความคิดเห็นที่ไม่ได้ยกมาตอบตรงนี้ด้วยนะคะ

แต่ก็ขอบพระคุณมากสำหรับทุกความคิดเห็นเลยล่ะค่ะ

สวัสดีค่ะ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้

ดิฉันอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับงานการ์ตูน หรืออีเวนต์ต่างๆในเมืองไทยสักหน่อย

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ช่วงนี้งานการ์ตูนมีเยอะอย่างบ้าคลั่ง และแทบทุกงานเหมือนๆกันไปหมด ไม่มีงานใหญ่ประจำปีที่อลังการและทำให้รู้สึกว่ามีค่าน่าไปอีกแล้ว สมัยก่อนนั้นจะมีอยู่เพียงสองหรือสามงานต่อปี ตามที่สำนักพิมพ์ใหญ่ๆเป็นผู้จัด เช่น งานวิบูลย์กิจ หรืองานจัมป์ (ดิฉันต้องขอโทษที่เอ่ยชื่องานนะคะ) และผู้ที่ไปร่วมงาน ทั้งคอสเพลย์เยอร์และเซอร์เคิล ต่างก็จดจ่อรอเวลา และตั้งใจผลิตผลงานที่ดีที่สุดเพื่องานนั้นๆ

ในขณะที่ปัจจุบัน ดิฉัรกล้าพูดว่าในแต่ละปี มีงานถึงยี่สิบสามสิบงาน งานที่ควรจะเป็นงานใหญ่ของปีเช่น คอมิคปาร์ตี้ เองก็จัดถึงปีละสามครั้ง

ดิฉันคงไม่ว่าถ้างานที่จัดบ่อยนั้นจะมีคุณภาพ แต่ด้วยความที่ประเทศไทยไม่มีฮอลล์ไว้สำหรับจัดงานการ์ตูนโดยเฉพาะ และเมื่อจัดกันบ่อยๆ สถานที่ที่ให้เช่าได้ตลอดก็ไม่มี สถานที่เริ่มมั่วขึ้นทุกที รวมถึงแคบลง แคบลง และแคบลงอย่างช่วยไม่ได้ (สังเกตได้ง่ายจากคอมิคปาร์ตี้ครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่เหล่าเลเยอร์และเซอร์เคิลต่างพากันดีใจที่ได้จัดที่ CTW เพราะว่าจะต้องกว้างขวางแน่นอน แต่สุดท้ายก็เป็นแค่งานโปรโมตรถมอเตอร์ไซค์ พื้นที่งานแออัดยัดเยียด คนเบียดกันยิ่งกว่าเดินประตูน้ำ พื้นที่ในเซอร์เคิลไม่มีเลย จนคนขายอีกคนต้องออกมายืนข้างนอกบูธ)

การจัดงานบ่อยๆนั้น ทำให้ทั้งคอสเพลย์และโดจิน (รวมถึงสินค้าโดจินชิประเภทอื่นๆที่ไม่ใช่มังงะ) กลายเป็นของที่เกลื่อนกลาดและไร้ค่า เพื่อนๆคงนึกภาพออก เวลาไปเดินงานการ์ตูน งานไหนๆ บูธไหนๆ มันก็ขายเหมือนกันหมดจนไม่รู้จะซื้ออะไรดี / เหล่าเซอร์เคิลก็คงนึกออกเช่นกัน เวลาที่เพิ่งออกผลงานใหม่ไปหมาดๆ เดี๋ยวมีงานอีกแล้ว อะไรฟระ เอาของเก่าไปขายบ่อยๆก็รู้สึกไม่คึกคัก ครั้นจะให้ทำของใหม่ตลอดก็ไม่อึดพอ แต่ถ้าจะไม่ให้ร่วมงานเลย .... แล้วจะจัดงานการ์ตูนไปทำไมอ่า / เลเยอร์เองก็เข้าใจใช่ไหม เวลาที่รู้สึกว่าคอสเพลย์มันทำเมื่อไรก็ได้ มีงานแทบจะเดือนละสามหน ความตั้งใจในการทำชุด ทำพร็อพ มันพลอยหายหมด (ก็มันไม่มีเวลานี่หว่า อยากลงงานต่อไป อีกแค่สามอาทิตย์เอง) จะเอาชุดเก่ามาใส่บ่อยๆก็ใช่ที่ งานมันบ่อย เดี๋ยวคนหาว่าขี้เกียจตัดชุด ...............ฮั่นแน่ รู้สึกเดจาวูกันขึ้นมาล่ะสิ

มันคงจะเป็นเพียงความฝัน ที่อยากจะให้สำนักพิมพ์และบริษัทต่างๆช่วยร่วมมือกัน จัดงานใหญ่ขึ้นมาสักงานหรือสองงานในหนึ่งปี แทนที่จะมาจัดงานเล็กๆ บ่อยๆ มั่วๆ แบบนี้ สำนักพิมพ์และบริษัทอะไรก็ตามแต่ที่จัดอีเวนต์โดยไม่คำนึงถึงผู้ร่วมงานเลย เขาเห็นเลเยอร์และเซอร์เคิลเป็นแค่อุปกรณ์ทางการค้าเท่านั้น จึงน่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะร่วมมือกันจัดงานขึ้นเพื่อกลุ่มเลเยอร์ เซอร์เคิล และผู้บริโภคกลุ่มนี้ แต่ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ ก็รู้สึกว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือ และถูกเอาเปรียบเหลือเกิน

เพื่อนๆชาวการ์ตูน

เพื่อนๆกลุ่มเซอร์เคิล

เพื่อนๆคอสเพลย์เยอร์

เรามาเลือกไปงานการ์ตูนเฉพาะที่จัดดีๆกันเถอะค่ะ

ตอนนี้ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ไปบ่อยๆ ไม่ได้ไปทุกงาน แต่ว่างานการ์ตูนนั้นก็มีคนไปแน่นตลอด เพราะกลุ่มเด็กการ์ตูนมีเยอะ ไม่ไปงานนี้ก็ไปงานนั้น ผลัดกันไปอยู่ตลอด ทำให้ผู้จัดคิดว่าจัดถี่เท่าไรก็ได้ เมื่อไรก็ได้ ยังไงก็มีคนมาอยู่แล้วนี่ และทำให้งานที่จัดนั้นด้อยคุณภาพลงทุกวัน เพราะคิดว่า จะจัดยังไงก็ได้ ยังไงเด็กก็มาอยู่แล้วนี่

ถ้าหากพวกเราเลือกไปเฉพาะงานที่จัดดี ไม่ไปงานที่ชุ่ยเกินไป (ซึ่งน่าจะดูได้จากสถานที่จัด และกลุ่มผู้จัด) น่าจะทำให้งานที่จัดโดย "ไม่มีใจ" ลดลงไปได้บ้าง การทำโดจินชิ และการคอสเพลย์จะมีความหมายขึ้นมาอีกครั้ง และงานการ์ตูนก็จะกลับเป็นงานที่สนุกน่าไป น่าตื่นเต้น

ทุกท่านที่สนใจร่วมพูดคุย ติดต่อทางบล็อกก็ได้ หรือว่าอีเมล์ก็ได้ค่ะ ที่ improvequality@hotmail.com

ดิฉันคงจะดีใจมากถ้ามีเพื่อนๆร่วมอุดมการณ์ ที่อยากให้งานการ์ตูนกลับมาเป็นงานเพื่อความสุข ไม่ใช่เพื่อการค้าได้อย่างเมื่อก่อน

 

edit @ 26 Jul 2008 19:20:05 by Doujin Maker