เขียนเกี่ยวกับงานการ์ตูนอีกครั้ง
posted on 28 Jul 2008 16:36 by improvequalityก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านมากนะคะ สำหรับความคิดเห็นมากมาย มีทั้งเห็นด้วยและชี้แนะ ซึ่งจะขอนำมาตอบที่ท้ายเอนทรีนี้ ทำให้เอนทรีนี้อาจจะยาวมากสักหน่อย ถ้าหากใครไม่ต้องการอ่านส่วนคำตอบของคอมเม้นท์ ก็สามารถข้ามไปได้นะคะ
ขอแก้ข้อเข้าใจผิดสักเล็กน้อยก่อน ที่ในเอนทรีที่แล้วเขียนไว้ว่า ผู้จัดงานรายย่อยที่ไม่มีใจ ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงบรรดากลุ่มคนรักการ์ตูน (หรือเกม) ต่างๆที่ทุ่มเททั้งทรัพย์และเวลา จัดอีเวนต์ขึ้นมาเพื่อกลุ่มคนรักเรื่องเดียวกัน อะไรแบบนี้นะคะ แต่หมายถึงริษัทที่จัดงานยิบย่อยขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าค่ะ
อย่างเช่นมีอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อสักปีที่แล้ว หากใครจำได้จะเห็นว่า บริษัท style by toyota จัดอีเวนต์บ่อยมาก และเป้าหมายของอีเวนต์ไม่ใช่เพื่อให้กลุ่มคนรักการ์ตูนได้มีกิจกรรมร่วมกันแต่อย่างใด แต่เพื่อให้คนที่เข้าร่วมงานนั้น มาสมัครเป็นสมาชิก style by toyota ด้วยนโยบายมัดมือชกกันง่ายๆ "ถ้าไม่สมัครไม่ได้เข้างาน" ....เห็นๆเลยใช่มั้ยคะ ว่าที่บริษัทนี้จัดงานขึ้นมาก็เพื่อจะรวบรวมเด็กมาทำยอดสมาชิกเท่านั้น ถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับโตโยต้าเลยก็ต้องสมัคร จัดงานแบบนี้ถือว่า "ไม่มีใจ" แน่นอนค่ะ
หรืออย่างเช่นงานที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการ์ตูนเลย แต่ว่าก็ประกาศให้มีการประกวดคอสเพลย์ เพื่อที่จะดึงเด็กไปเยอะๆ และสร้างกระแสให้คนไปถ่ายรูป ไปทำข่าว แบบนี้ก็เหมือนกันค่ะ
ตัวดิฉันเองไม่ทราบว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ ย้อนความไปไม่นาน ไม่ถึงสามปีที่เท่าไร เมื่อปี 2005 ยังมีอีเวนต์ใหญ่แค่สองสามอีเวนต์ และที่จำได้แม่นคือปีนั้นมีงานโดจินเฟสติวัลตอนปลายปี เป็นงานที่ทำให้คนตื่นเต้นมากอีกงานหนึ่ง (แถมจัดที่ MCC ฮอล์ของเดอะมอลล์ กว้างใหญ่และเย็นฉ่ำมากค่ะ ประทับใจงานนั้นที่สุดในชีวิต) แต่พอมาปี 2006 จู่ๆงานการ์ตูนก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล และงานไร้สาระต่างๆก็ทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ตรงนี้อาจจะเป็นเพราะรายการทีวีรายการหนึ่งได้ออกมาทำข่าว สัมภาษณ์เด็กคอสเพลย์ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง และเด็กที่ค่อนข้างเล็กบางส่วนสนใจหันมาคอสกันมาก โดยที่ไม่ได้อิงความรู้สึกที่ว่าชอบคาแรคเตอร์ตัวนั้นตัวนี้จังเลย
ดิฉันไม่ได้บอกว่าผิดนะคะ ที่จะคอสเพลย์อย่างนั้น ที่ญี่ปุ่นเองก็มีกลุ่มเด็กคอสเพลย์มารวมตัวกัน แต่งคอสเดินเล่นอยู่บ่อยๆ เพียงแต่ว่าคอสกอธ กอธโลลิ คอสแมวคอสกระต่าย คอสอะไรที่ไม่ใช่การ์ตูนนี้ พวกผู้ใหญ่มักจะเหมารวมเป็นกลุ่มคอสเพลย์การ์ตูนทั้งหมด เมื่อจัดอีเวนต์แล้วอยากได้เด็กคอสเพลย์ จึงมักจะจัดออกมาในรูปแบบงานการ์ตูน ประกาศให้ขายโดจินได้ แต่พอพวกเซอร์เคิลไปขายเข้าถึงได้รู้ว่า นี่มันไม่เห็นจะมีอะไรเป็นงานการ์ตูนเลยฟระ~~~~
ดิฉันต้องขออนุญาตพูดว่า กลุ่มที่เดือดร้อนมากกว่าคือกลุ่มเซอร์เคิล เพราะว่าคอสเพลย์นั้น คอสเมื่อไรก็ได้ไม่มีปัญหา ถ้ามีเพื่อนเยอะๆก็สนุกดี (แต่ก็คงรู้สึกใช่ไหมคะว่าความน่าสนใจของการคอสเพลย์มันลดลง เมื่อเทียบกับงานในอดีต) ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ดิฉันต่อต้านกลุ่มคอสเพลย์นะคะ ดิฉันเองก็ทั้งคอสด้วย และขายโดจินด้วยค่ะ
ประเด็นที่ถกกันไปมากแล้วทั้งในส่วนของคอสเพลย์ คือ
- เรื่องที่ตากล้องสนใจแต่มนุษย์เจิดจ้า
- เด็กๆพยายามคอสให้เทพโดยที่ไร้ความรักต่อตัวการ์ตูน ขอให้สวยเทพก็จ้างตัด จ้างทำพร็อพ จ้างแต่งหน้า
- การโกงของกรรมการในงานประกวดคอสเพลย์
(และประเด็นร้อนน้อยกว่าอื่นๆ)
และในส่วนของโดจินชิ
- ขายของลิขสิทธิ์ เอารูป official หรือ fanart มาทำสินค้าขายหน้าด้านๆ
- ขายของเรท ทั้งใต้โต๊ะและบนโต๊ะ
ดิฉันคิดว่ามันเกิดขึ้นจากการที่งานการ์ตูนล้นตลาดทั้งสิ้น
เมื่องานการ์ตูนเยอะๆ คอสเพลย์อีเวนต์บ่อยๆเข้า ภาพที่นักคอสเยอะๆ เดินชนกันไปทั้งงานก็กลายเป็นภาพปกติ ผู้คนจึงหันไปสนใจแต่สิ่งที่โดดเด่นขึ้นมา คือพวกไอดอลเลเยอร์ เด็กๆที่ต้องการจะเป็นที่สนใจก็เลยต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นไอดอลขึ้นมาบ้างด้วยการทำทุกอย่างให้คอสออกมาสวยเทพ ส่วนเรื่องประกวดนั้น เมื่อผู้จัดงานอยากได้เด็กคอสที่คอสสุดยอดมาประดับงาน แต่ไม่ต้องการจ่ายเงินให้เด็กเหล่านั้นจริง ก็เลยต้องมีแผนโกงกันนิดหน่อย (โดยที่คิดว่าคนอื่นจะไม่รู้?)
ส่วนโดจินชินั้น เมื่อขายมากๆเข้าผู้ดูแลก็ตรวจดูไม่ไหว รวมไปถึงคนขายนิสัยไม่ดีที่อยากจะขายก็ขาย เวลาที่พอผู้ดูแลมาก็รีบเก็บของลงใต้โต๊ะ ดิฉันได้ยินกับหูเมื่อตอนงาน CP ครั้งล่าสุด บูธที่อัดรูปถ่ายมาขายนั้นแม้ผู้ดูแลของเนกิโบสมาเตือน ก็ไม่สนใจ จนคณะกรรมการดูแลเรื่องลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นมาถึงเก็บด้วยท่าทีเซ็งๆ พร้อมกับบ่นกับเพื่อนว่า "แม่ง... มาแล้วเหรอวะ เซ็งชิบหาย แต่จะไม่เก็บก็ไม่ได้ เจ้านี้เขาโหด" ....แหม สปิริตเซอร์เคิลช่างแรงจริงๆ
งานสมัยก่อนก็มีคนบ่นว่าการที่บังคับมากเกินไปก็น่าเบื่อ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ดีจริงไหมคะ ขนาดบริษัทใหญ่อย่างเนกิโบสยังควรคุมงานของตัวเองไม่ได้ (ดิฉันมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจัดอย่างไม่ตั้งใจ) แล้วงานยิบย่อยอื่นๆละ?
เราสามารถจะทำอะไรได้บ้างไหม? ถ้าพวกเรามีความเห็นที่ตรงกัน และเลือกไปเฉพาะงานการ์ตูนที่จัดด้วยใจ จะทำให้ผู้จัดงานหันมาสนใจคุณภาพงานมากขึ้น และทำให้ปัญหานี้หมดไปได้หรือไม่?
วันนี้ขอจบด้วยคำถามที่ตรงนี้ก่อนนะคะ ขออนุญาตตอบคอมเม้นท์จากเอนทรีที่แล้ว
แต่เนื่องจากมีเยอะมากจริงๆ ขอยกมาแต่ส่วนที่น่าสนใจนะคะ
-----
คุณ dark_shoken ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยเลยค่ะ ขอเสริม ช่วงหลังเด็กคอสเพลย์เยอะมากก แต่ไม่ค่อยมีโดจินชิเท่าไร
แถมงานช่วงหลังๆก็ดูมั่วๆจริงๆนั่นล่ะค่ะ
อยากให้กลับไปเป็นเหมือนเมื่อ 4-5ปีที่แล้ว ที่งานการ์ตูนยังมี Event ไม่มาก
ตอนแรกๆรู้สึกงานมันดูยิ่งใหญ่อลังการมากเลยค่ะ
แต่ช่วงหลังๆ งานมันมีทุกเดือนเลยค่ะ
อยากให้ทำเป็น Event ใหญ่ๆแบบ Comicket แบบญี่ปุ่นอ่ะที่มีแค่ 2ครั้งต่อปี
แต่ก็นะ เพราะ Event ที่จัดในบ้านเรามันเยอะมั่งคะ
อย่างน้อยๆก็น่าจะรวม Eventให้จัดที ปีละ 2-3ครั้งพอ
อันนี้ตรงประเด็นที่อยากจะสื่อเลยล่ะค่ะ
งานการ์ตูนไม่ต้องมีเยอะ แต่ของานที่ดีๆดีกว่า
คอสเพลย์นั้นไพรเวทได้ โดจินก็รวมออกขายแต่ละงานได้ ฟังดูดีจริงๆ...
-----
คุณ จตุรดา shakri เทพหมี ตอบไว้ว่า
ขอเอ่ยถึงประเด็นเรื่องคุณภาพงานก็แล้วกัน เพราะประเด็นอื่นเราไม่ค่อยรู้ 555
การมีงานเยอะๆ นั่นหมายความว่ามี "ตลาด" ให้คนทำงานได้นำเสนอผลงานมากขึ้นมิใช่หรือคะ
ส่วนคุณภาพงานของใครว่าออกบ่อยแล้วจะดีหรือไม่ดี เราว่าขึ้นอยู่กับคนๆ นั้นมากกว่า
จะประณีตหรือราดเบนซิน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนนั้นๆ
ถ้ามีงานใหญ่ประจำปีสองงานแต่คนทำตั้งใจเผา มันก็ไม่ต่างนา...
เราลองนึกภาพ...ถ้าเราเป็นคนทำโดฯ ปีนึงมีสองงานให้ออก แต่ปีนึงมีการ์ตูนที่ชอบเป็นสิบ
เราบอกได้ว่าเราลงแดงแน่ๆ
การมีงานบ่อยๆ คงไม่เลวร้ายมากมายมังคะ ^^"
อันนี้พยักหน้าเห็นด้วยเหมือนกันค่ะ
แต่ว่านะคะ ถ้าหาก "ตลาด" นั้นเป็นตลาดที่ด้อยคุณภาพ คนที่ไปเดินก็ไม่หวังว่าจะได้ซื้ออะไร ถึงจะพิมพ์โดไปขายเท่าไรๆก็ขาดทุน เพราะคนที่ไปไม่ได้ต้องการไปซื้อของ แค่ต้องการไปเดินงานการ์ตูนเฉยๆ แบบนี้เป็นตลาดที่ดี เหมาะแก่การนำเสนอผลงานหรือไม่คะ?
เรื่องคุณภาพโดจิน ดิฉันเห็นด้วยว่าขึ้นอยู่กับคน แต่ว่าถึงจะเป็นคนขยัน แต่จะสามารถวาดโดจินควบกับงานประจำไปเอยๆทั้งปี โดยไม่มีเส้นชัยได้หรือคะ? จบงานนี้ขายงานหน้า จบงานหน้าขายงานต่อไป ตรงนี้เหนื่อยแย่แน่ๆค่ะ ดิฉันมั่นใจว่า มีการ์ตูนที่ชอบเป็นสิบ เขียนออกมาเป็นโดได้ไม่หมดแน่นอนค่ะ ^^"
อืมมมม แต่ถ้าเขียนหมด แล้วลงงานปีละสักสามครั้ง ครั้งละสองสามเล่ม ไม่น่าสนใจหรือคะ? (ว่าแต่คุณจตุรดาขายโดจินตามงานการ์ตูนไหมคะ? ถ้าคุณจตุรดาขายอยู่ และเห็นว่าแบบที่เป็นอยู่นี้ดีแล้ว ดิฉันก็ต้องขออภัยที่ชักแม่น้ำเสียยืดยาวค่ะ ^^")
-----
คุณ LUMiN ตอบไว้ว่า
กระแทกใจมากค่ะ ทุกเรื่องข้างบนนั้น เราก็บ่นกับเพื่อนอยู่บ่อยๆเลย
เดี๋ยวนี้เราไม่ไปทุกงานแล้ว จัดซะ 8งาน เราไปงานเดียว โดยเฉพาะ CP เราเลิกไปแล้วค่ะ แล้วก็ดีใจทุกทีที่ไม่ได้ไป
----------------------
^
^
ถึงเทพหมีคะ คือ........ จัดงานบ่อยมันไม่ใช่ว่า มีตลาดให้ขายเยอะ แต่มันกลายเป็น...... อุ้ย ซื้องานหน้าก็ได้ เดี๋ยวก็มีจัดอีก (repeat*2.5 = จำนวนงานเฉลี่ยต่อเดือนของสมัยนี้) แล้วค่าเปิดบูท 1โต๊ะเฉลี่ยจะ 150 บาท ค่ารถไปงาน (บางคนต้องนั่งแท๊กซี่ เสียไป200+ เพราะต้องขนของเยอะไปขาย) แล้วขายไม่ได้ เพราะมีแต่คนคิดว่า ซื้องานหน้าก็ได้
เพราะว่าเรื่องที่เราทำไม่ได้เกาะกระแสที่กำลังฮิต ทำให้คนซื้อน้อย เพราะมีแต่คนรีบซื้อเรื่องที่กำลังฮิตอยู่กลัวหมด ....ทั้งๆที่เดี๋ยวนี้ ก็มีแต่คนรีปรินท์โดมาขายทุกที เพราะการพิมพ์ทำได้ง่ายขึ้น ทำแค่ 2-5 เล่มก็ยังได้ (ส่วนของเราก็ งานหน้าแล้วกัน.... ตอนนี้เลยงอน ไม่ไปขายโดแล้ว 5555)
งานนึง เราขายโดได้ประมาณ 5 เล่มนี่ เราขายได้เยอะแล้วล่ะ บางงานขายได้ 2 บางงานขายไม่ได้เลย กำไรเล่มละไม่เท่าไหร่ (จริงๆแล้วกำไรนี่คือ ต้นทุนการพิมพ์ ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน ปากกาแท่งนึง ก็ตกประมาณเกือบ 40+ ทำเล่มนึงต้องมีเจ๊งราว2แท่ง ปากกาที่ดีๆหน่อยก็เกือบ 300 กระดาษอีก ยางลบดีๆสำหรับตอนร่างงานก็ก้อนละ 50 )
สรุปแล้ว ที่ขายโดจินนี่ ด้านเงินคือขาดทุน ส่วนกำไรคือความดีใจที่คนอื่นได้อ่านโดจินของเรา
อุ๊ย มีตอบคุณจตุรดาไว้ด้วยค่ะ (ฮา)
CP นี่ไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ ตกปีนึง 3-4 ครั้ง แถมคุณภาพลดลงๆ
เศร้าค่ะ
เมื่อก่อนเวลาเขียนโดจิน คนซื้อเยอะมากค่ะ เพราะทุกคนมางานการ์ตูน มีความตั้งใจไว้ว่าจะมาซื้อโดจิน เรียกได้ว่ามีกระจิตกระใจที่จะพิจารณาซื้อ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ดิฉันมั่นใจว่า ความตั้งใจในการเขียนโดจินของดิฉันไม่ลดลงแน่นอน และงานภาพก็ดีขึ้นด้วย แต่ว่าขายไม่ออกเลยค่ะ เพราะว่าคนที่มานั้นมาใจเปล่า น้อยคนมากที่จะสนใจโดจินของแต่ละบูธที่วางเรียงรายกันสลอน บางคนมาเพื่อซื้องานของเซอร์เคิลที่ตัวเองติดตาม ซึ่งตรงนี้มีผู้ตอบไว้ข้างล่างอีกเหมือนกัน จะขอยกไปพูดตรงนั้นค่ะ
(นิกเหรื่อยหน่อยค่ะ มีเพื่อนบอกว่า "อยากให้โดขายดีๆเหรอ... ก็เขียนยาโอยเรื่องที่กำลังฮิตดิ่" เอ่อ.... ก็ดิฉันไม่ได้ชอบเรื่องนั้น และไม่ได้อยากเขียนยาโอยด้วย สรุปคือถ้าเขียนเรื่องที่ชอบด้วยใจก็กินแกลบไป อยากขายได้ก็จงเขียนเอาใจตลาดซะ แบบนี้สินะ)
-----
คุณ [BlackHabit'sZenro] ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยมาก ๆ
ตอนนี้ยอมรับว่างาน CP เนี่ยถ้าเราจะไป คงจะพิจารณามาก ๆ เลย ถ้าเป็นไปได้จะเลี่ยงแล้ว เนื่องจากการจัดงาน 2-3 ครั้งผ่านมา ที่คุณภาพแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
ก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เดี๋ยวจะมีวีนแตก
ยังไงก็สนับสนุนแนวคิดนี้ค่ะ เลือกไปเฉพาะงานที่มีคุณภาพ เพราะเราเป็นผู้บริโภค ยังไงก็สามารถเลือกได้อยุ่แล้วว่าจะเลือกรับแบบไหน งานที่ไปแล้วไม่ประทับใจ มันก็ชวนให้เสียอารมณ์ แต่ไม่ใช่อารมณืเสียนะ คือหมายถึง อะไรที่มันควรจะได้ มันไม่ได้กลับมาน่ะ ความสุข ความสนุกกับอีเวนท์ ยังไงล่ะ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปกีดกันอะไรมาก มันก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบุคคลด้วย บางทีจำเป็นต้องลงงานนั้นจริง ๆ อะไรอย่างนี้
แต่ถ้าเลือกได้ ยังไงเราคงเลือก คุณภาพ มากกว่า ผักชี แน่นอน
ให้อีก 2 ลูกค่ะ ปิดท้าย
ดิฉันเชื่อค่ะว่าถ้ามี "วันจัดงานที่แน่นอน" ของทุกปี คนที่จะมาลงงานจะรู้ว่า ตัวเองต้องลงงานวันไหน จะสามารถจัดตารางเวลาของตัวเองได้แน่นอน
ความจำเป็นที่คุณ [BlackHabit'sZenro] พูดถึงนั้น เป็นความจำเป็นที่เกิดจากการบีบบังคับค่ะ เนื่องจากงานอะไรต่างๆจัดตีกันมั่วไปหมด วันไหนเป็นวันไหนบ้างก็ไม่รู้ ก็ต้องหาวันที่พอจะว่างแทรกๆลงไป เพราะไม่อยากเลื่อนตารางเวลาของตนเองเพื่องานไหนโดยเฉพาะ (เนื่องจากมันก็เหมือนๆกันไปหมดทุกงาน ลงงานไหนก็ได้) ดิฉันคิดว่ามันไม่ใช่ความจำเป็นที่ดีเลยค่ะ
-----
คุณ "พี่โม่ง" แห่ง ชมรมเชียร์ ตอบไว้ว่า
เวลาอันหวานชื่นไม่อาจกลับมาดั่งเดิมแล้วล่ะครับ
แต่เราสามารถปรับตัวกันได้... ^ ^....
ดิฉันเชื่อว่ามันสามารถจะกลับมาได้ค่ะ ถ้าทุกคนร่วมใจกัน
เป็นเวลาไม่ถึงสองปี ที่สังคมงานการ์ตูนกลายเป็นแบบนี้ มันยังไม่ช้าเกินไปค่ะ...
-----
คุณ itorstudio ตอบไว้ว่า
ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ กลไกทางสังคมคงจัดการเองได้ไม่ยากครับ
งานเยอะ - ไม่มีคุณภาพ งานเร่ง งานเผา คนมาจนเบื่อ
อีกหน่อย
งานจะจัดน้อยลง - คนมีเวลามากขึ้น ใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น
สนับสนุนความคิดด้วยคนครับ
ยากจริงๆค่ะที่กลไกทางสังคมจะปรับคืน หรืออาจจะนานมากไม่รู้ว่ากี่ปี เพราะอย่างที่ดิฉันว่า พอไม่มีงานที่ระบุวันเวลาที่แน่นอน แต่มีงานโน้นงานนี้ คนที่อยากไปก็ต้องเลือกเอาสักงาน ว่าจะไปงานไหน ทำให้ทุกงานมีคนไปเฉลี่ยพอๆกัน ดังนั้นการที่จะล้มเลิกการจัดงานเหล่านี้ คิดว่าคงจะยากค่ะ
และขอบคุณนะคะที่สนับสนุน ^^
-----
คุณ t a i r a t a r a b a n ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยว่ามันเยอะเกินไปแล้ว
นี่ยังไม่นับอีเว้นท์รายเดือนต่างๆ นะ
คิดถึงฟิลล์เวลารองานวีบีเคเมื่อก่อนอ่ะ
ถ้าขอได้ก็ขอน้อยๆ แต่มีคุณภาพงานล่ะกัน
พวกงานรายเดือนอย่าง J-trend เป็นงานที่เน้นแต่งตัวคอสเพลย์ โดยมีจุดประสงค์คือเป็นสถานที่ที่ให้คนที่แต่งคอสมารวมตัวกันได้ โดยไม่ได้เน้นไปด้านการ์ตูนค่ะ ^^ อันนี้ไม่นับนะ
ป.ล. จริงด้วยค่ะ เมื่อก่อนตอนรองาน VBK ตื่นเต้นมากกกกกกกก
-----
คุณ ~HeyLayDia~ ตอบไว้ว่า
อ๊ากกกกกกกกกกกกซ์ อ่านแล้วเดจาวูอย่างแรงค่าา!!
ในฐานะเซอร์เคิล ยอมรับค่ะ ว่าถ้ามีงานก็อยากไปมันซะทุกงาน(ของมันจะได้ถ่ายเท)
แต่บ่อยเกินมันก็ไม่ทันจริงๆนะ
แล้วขอบอกตามตรงว่า หลังๆมีแต่CP...
จัดก็บ่อย แถมหลังๆกลายเป็นงานอะไรไปก็ไม่รู้แล้ว มั่วซั่ววววววววววมากก!!!
บอกตามตรงว่าเข้าไปแล้วอย่างช็อค...รูหนูมันยังใหญ่กว่าเลย..
ในฐานะคนเดินงานก็เบื่อค่ะ มีแต่ของเดิมๆ(ก็แหงล่ะ ขนาดตรูยังทำไม่ทันเลย)
ส่วนคอสเพลย์เหมือนเป็นของแถมงานค่ะ..
งานสมัยนี้อะไรๆชอบเอา"คอสเพลย์มาเป็นตัวล่อคนอยู่เรื่อย
ไม่มีสถานที่ให้..ถ่ายตรงนั้นก็ไม่ได้ ตรงนี้ก็โดนไ่ล่
ไปเปิดตารางงานปีนี้ มีงานคอสแทบจะทุกสัปดาห์เลยค่ะ เห็นแล้วจะเป็นลม กลายเป็นว่า แทนที่จะไปกันเยอะๆทีเดียว ก็ไปกันแบบกระปิดกระปอยอ่ะค่ะ ถ้าอยู่ไกลแล้วตั้งใจไปเป็นตากล้องนี้ไม่คุ้มอย่างแรง..
สุดท้ายอยากบอกว่าไม่ชอบเน**โบสอย่างแรงค่ะ!!
ล่าสุดไปประกาศชนงานBr. ทั้งๆที่ที่เค้าประกาศก่อน!(มันทำแบบนี้.อีกแล้ว..) ถือว่างานใหญ่แล้วประกาศทับงานที่คนการ์ตูนเค้าอยากจัดด้วยใจจริง ..แบบว่ารับไม่ได้อย่างแรง
จริงค่ะ
รูหนูยังใหญ่กว่าเลย...
จริงค่ะ
มีแต่ของเดิมๆ...
งานบ่อยจนต้องเอาของเก่ามาขาย จะไม่ขายก็ไม่ได้เพราะแต่ละงานมันขายไม่ออก ต้องเอาไปลงงานต่อไปเรื่อยๆให้มันหมด ในฐานะเซอร์เคิลแล้ว ...... มันเศร้าค่ะ ...
-----
คุณ C a t t y C a n d y ~* ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยค่ะ
ขนาดเราเป็นเด็ก ตจว. (อยู่ฉะเชิงเทรา) ไปงานได้ไม่ได้บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะไปงานที่จัดวันอาทิตย์ ยังรู้สึกเลยว่า คุณภาพงานมันด้อยลงทุกทีๆ
งานการ์ตูนที่เราไปครั้งแรกคือคอมมิเกะครั้งที่ 2 ถึงแม้สถานที่จะแคบมากกกกก แต่เราก็ยังหมดเงินไปเยอะเลย เพราะคุณภาพโดและสินค้าที่ออกมานั้นน่าซื้อ
แต่เดี๋ยวนี้ไปงานรู้สึกเหมือนเสียเงินค่าเข้าเปล่าๆ เพราะไปเดินก็ได้โดแค่เล่มสองเล่ม บางงานได้แค่พวงกุญแจอันเดียวด้วยซ้ำไป
พูดแล้วจะเหมือนคนแก่ อยากให้กลับไปเป็นบรรยากาศเก่าๆ ที่นานๆทีมีงานครั้งมากกว่า งานสนุกมากๆทั้งๆที่เราเองก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากมาย
จริงด้วยนะคะ เมื่อก่อนดิฉันเองก็อยู่ต่างจังหวัด แต่ว่าพอมางานการ์ตูนใหญ่ๆทีไร ได้กลับไปแต่ความประทับใจ กับความรู้สึกว่า ยอกไปเลยยยย อยากจะมาอีก... แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วล่ะค่ะ... (บางงาน ดิฉันก็ได้พวงกุญแจอันเดียวค่ะ ซื้อด้วยความรู้สึกที่ว่า เอวะ ไหนๆก็มาแล้ว)
คุณ C a t t y C a n d y คิดว่า ถ้าปีหนึ่งมีงานใหญ่เพียงสองหรือสามครั้ง แต่เป็นงานที่คุ้มค่าน่าเดิน จะคุ้มไหมคะถ้าต้องเลื่อนตารางการทำงาน แต่เดินทางจากต่างจังหวัดมางานการ์ตูน?
-----
คุณ garun ตอบไว้ว่า
ถ้าเหลือแต่งานใหญ่ๆมันก็ดีกับทุกคนนะครับ ทั้งคนขาย และคนซื้อ
แต่จะดีหรือครับ ถ้าผูกขาดเหลือคนจัดไม่กี่เี่จ้า
ถ้ามีเจ้าใหญ่ๆจัดงานประจำก็มีอยู่แล้ว
ที่เหลือคือถ้าเป็นเจ้าเล็กๆรวมตัวกันจัดงานใหญ่คงจะดีกว่ามั้ง
(แต่บางที เขาก็อยากจัด only eventเฉพาะบางเรื่องนี่ครับ)
ใจจริงคืออยากให้คนจัดทุกเจ้าเขาร่วมกันจัดน่ะค่ะ ไม่ใช่ผูกขาดเจ้าเดียว
ส่วน only event ดิฉันไม่เอามาตำหนิรวมอยู่ในบทความนี้เลยค่ะ ^^
-----
คุณ naiamibios ตอบไว้ว่า
งานไม่ได้แคบลงหรอกครับ คนไปมากขึ้นต่างหาก ถ้าจะเอาที่ๆมันกว้างขวางใหญ่โตก็คงต้องไปจัดตามฮอลล์ใหญ่ๆ ค่าเช่าก็วันละหลักแสน....ส่วนงานที่ CWP ก็ค่อนข้างโชคดีหน่อยที่ทาง CWP เอื้อเฟื้อด้วยส่วนหนึง
ปัจจุบัน คุณจะหาที่จัดงานได้ที่ไหนอีก ตึกฐานฯเองก็เป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้ก็เห็นที่เหลือจัดงานเล็กๆก็มี..
1. ร.พ.เซนต์หลุยส์
2. สโมสรนายทหารฯ
ที่จัดงานราคาไม่แพง ในกรุงเทพฯ เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับ ต้องลองไปตรวจสอบดู
และอยากให้ลองนับดูว่า งานที่เป็นทั้งงานคอสและขายการ์ตูนด้วยจะมีอยู่กี่งาน ผมว่ามันก็ไม่เยอะนะ ไอ้ที่จะเยอะก็คืองานที่มีประกวดคอสเพลย์กับเต้น ซะเป็นส่วนใหญ่
ส่วนไอ้เรื่องมีใจ หรือ ไม่มีใจ นั้นก็อยากจะบอกว่า คงต้องดูกันเป็นครั้งๆไป ผมก็ไม่ได้รู้นอกออกในเกี่ยวกับกลุ่มผู้จัดแต่ละกลุ่มเลย แต่ถ้าอาศัยมุมมองในเชิงธุรกิจเพื่อที่จะให้เกิดการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ก็คงจะต้องปฏิเสธหลักการและอุดมคติไปบ้าง การทำงานกับกลุ่มคนที่เป็น "ศิลปิน" น่ะมันลำบากครับ เพราะคนกลุ่มนี้อารมณ์+ความรู้สึก สำคัญกว่าเรื่องเหตุผล
ถ้าผู้จัดงานทุกเจ้าร่วมกันจัด น่าจะเป็นไปได้นะคะที่จะเช่าฮอลล์ที่ใหญ่พอ
งานล่าสุดที่ CTW นั้นต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อจาก CTW ด้วยเพราะว่าเนกิโบสจัดงานบ่อยเกินไป ก็เลยมีงบในการเช่าที่จัดงานน้อยลงหรือเปล่าคะ? จัดปีละสามสี่หน กับจัดปีละหน สถานที่ที่เช่าได้น่าจะต่างกันมาก และถ้าทุกริษัทช่วยกัน ก็น่าจะได้ที่ที่ใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก จริงไหมคะ?
เรื่องการจัดงานเพื่อธุรกิจโดยไม่มีใจ ดิฉันอยากพูดตรงๆนะคะว่า คุณใช้เด็กการ์ตูนหากินใช่ไหมคะ นี่ไม่ใช่การทำงานกับศิลปินค่ะ (บริษัทไม่ได้ต้องจ้างนักวาดมาวาดการ์ตูน เพื่อลงงานต่างๆ แต่บริษัทตั้งบูธเก็บเงิน ให้นักวาดมาเช่าค่ะ) และมีเหตุผลอะไรหรือคะที่บริษัทจะต้อง "จัดงานอย่างต่อเนื่อง"? เพื่อเหตุผลทางธุรกิจ = เพื่อกำไร ใช่ไหมคะ? (ดิฉันยืนยันอีกครั้งว่า ไม่จำเป็นต้องจัดงานเยอะๆ บ่อยๆ ติดต่อกันค่ะ ไม่ใช่ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของงานแน่นอน)
-----
คุณ ginda a.k.a. ~pride~ ตอบไว้ว่า
เห็นด้วย ... คนเดินก็เริ่มเซ็งเหมือนกัน เพราะ Layer ก็ชุดเดิม งาน Circle ก็เรื่องเดิม ...
อีกอย่าง งานที่ไป ควรมีกิจกรรมด้วย ไม่ใช่งานวันพบญาติ เอ๊ย! มิตรสหาย หรือมานั่งจ่อมวาดรูปเป็นกลุ่มๆ
นั่นสินะคะ ถึงขนาดจัดงานโดยไม่เตรียมกิจกรรมไปนี่ก็... จะจัดทำไม๊
-----
คุณ 'ออม' เองงับ ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยอย่างแรง
แต่ส่วนใหญ่เราก็ไปทุกงานนะ
ถ้างานไหนแบบว่าไม่โอจริงๆ ครั้งต่อไปดูกำหนดการณ์และสถานที่แบบนี้อีกเราก็ไม่ไปละ --
และงานส่วนใหญ่มันมีในกรุงเทพซะทุกงานเพราะคนส่วนใหญ่จะ 'สะดวก' โปรดอย่าลืมว่าประชากรที่ชื่นชอบการ์ตูนไม่ได้อยู่แค่ในเมืองหลวงเน้อ...
การเดินทางสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลมันไม่สะดวกและเปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนกัน แบ่งๆมาเปิดงานในแถบปริมณฑลบ้างก็ดีเน้อ (กะว่างั้นละ
)
แต่ก็รู้ๆว่าทั้งนี้การจัดงานมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายน่ะนะ...
-- เสนอนิด อีกประเด็นนึงที่น่าจะจัดงานใหญ่ๆ (ไม่นับ only event) คือ 'ผู้ใหญ่'
อย่างงานที่จัดมาถี่ๆอย่างนี้ทำให้พ่อๆแม่ๆมองว่ามันดูไร้สาระ เดี๋ยวก็มีๆอีกละ
ถ้าเป็นแบบงานใหญ่ๆอย่างงานหนังสือที่นานทีมีครั้ง (เปรียบซะ...
เปรียบเทียบเวลาน่ะนะคะ)
มันจะทำให้ดูประมาณว่า 'งานดูจริงจังดี มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน' ประมาณนั้น พูดไม่ถูกอ่ะ... = =;;
ปล. งาน CP ที่บางคอมเมนต์บอกชวนจะวีนแตกจริงๆแฮะ -- อย่างงานล่าสุดที่ว่าก็โปรโมตรถซะงั้น + มีพวกตากล้องทะเลาะกับคอสเพลเยอร์หน้าเวทีอีก (ใครเห็นบ้างๆ?) มันน่า -- จริงๆนะ
จริงค่ะ มันดูไร้สาระแล้ว
คุณแม่ของดิฉัน ที่เมื่อก่อนก็เห็นด้วยกับการขายโดจิน เดี๋ยวนี้ยังบอกเลยว่า "งานมันจะมีอะไรบ่อยจังลูก" และเริ่มไม่พอใจที่ต้องเสียเงินไปเช่าบูธขายบ่อยๆค่ะ (ขายไม่ออกอีกตะหาก) ดีนะที่ไม่ได้ตัดชุดคอสใหม่ทุกงาน ไม่งั้นท่านแม่คงอาการแย่กว่านี้ - -"
ถ้ามันเป็นงานใหญ่ เป็นงานที่จริงจัง ไม่เหลวเป๋วเละเทะทุกเดือน ดิฉันก็เห็นด้วยว่า "งานการ์ตูน" จะดูเป็นการเป็นงาน มีคุณค่าขึ่นในสายตาผู้ใหญ่ค่ะ
-----
คุณ [akari] (ขอโทษค่ะ ชื่อพิมพ์ยากมาก) ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยค่ะ เห็นด้วย
รู้สึกว่าหลัง ๆ มานี่เริ่มย่ำแย่ขึ้นทุกที ไปแล้วก็เริ่มเบื่อ...รู้สึกว่า ไปทำไมเนี่ย?
หลัง ๆ เลือกงานที่จะไปตามโดที่จะออกค่ะ เหอ ๆ (ซะงั้น?)
ตารางงานแน่นมาก จัดแทบทุกอาทิตย์ ตกใจเลยทีเดียวเชียว ทำไมมันหนาแน่นอย่างนี้เนี่ย?
สนับสนุนด้วยอีกคน
เหมือนดิฉันเลยค่ะ ^^" งานอื่นไม่สนใจ ไปแต่งานที่ตัวเองลงโด
สรุปก็คือแค่ไปขายของ ไม่ได้อารมณ์ร่วมในการไปงานการ์ตูนแต่อย่างใด
-----
คุณ Blood Lust Vampire (:: ตอบไว้ว่า
ตอนไปจัดงานครั้งแรกก็ซึ้งซะแล้วกับระบบลูกเมียน้อย
ขนาดโต๊ะก็ไม่เท่ากับที่ระบุไว้ ยังดีที่ข้างๆเรามาแป๊ปเดียวก็ไปเลยมีที่พอแบ่งกับคนข้างๆที่โดนเบียดด้วยเพิ่ม
ปล.เดี๋ยวนี้เห็นงานโดวจินแบบออริน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ราคาก็แพงขึ้นๆจนบางงานที่อยากเก็บก็ซื้อไม่ลง
โต๊ะแคบลงๆจริงด้วยค่ะ... เพราะสถานที่มันเล็กเหลือเกิน แต่เจ้าของงานอยากได้เซอร์เคิลเยอะๆ ตรงนี้เหล่าเซอร์เคิลก็รับกรรมกันไปค่ะ ส่วนโดจินออริจินัลนั้น ขายไม่ออกไม่ต้องแปลกใจ เพราะว่าขนาดโดจินอนิเม ยังขายไม่ออกเลยค่ะ!!!
-----
คุณ Reborn Only Event Staff ตอบไว้ว่า
จริงๆแล้วตอนนี้งานที่สนพ.ร่วมมือกันจัดก็มีแล้วนะคะ แต่แฝงอยู่ในงานมหรรมหนังสือเด็กและเยาวชนอีกที โดยใช้ชื่อว่า "คอมิคเฟสติวัล" ซึ่งผ่านไปแล้วที่งานศูนย์สิริกิติ์ โดยที่ไม่ค่อยมีบูธโดจินชิ พาโรดี้ แต่อย่างใด ถ้าหวังพึ่งสนพ.ใหญ่ๆ เราว่า โดจินชิพาโรดี้คงอยู่ในข้อห้ามจากทางไลเซนส์แต่ละที่ของสนพ.มั้ง ก็เลยมีแต่ประกวดคาราโอเกะ / คอสเพลย์/ บูธโดจินชิออริจินอล (ที่เราดันเดินหาไม่เจออีก)
ตอนนี้เราว่า งานใหญ่ของแต่ละปีก็คงเป็นงานโกโกโระ กับ คอมิคเอ็กโปน่ะค่ะ ส่วนงานใหญ่ แบบคอมิคปาร์ ถึงคนจะไปเยอะ (เราเองก็ไปขายของประจำ) แต่เราว่ามันมั่วซั่วเละเทะมาก มีทั้งขายของที่ลอกจากออฟฟิเชี่ยลมา และไอเท็มเรท 18 - -"
ถ้าจะโหยหางานการ์ตูนที่มีคุณภาพ สงสัยคงต้องมีเสียงครหาว่า เรื่องมาก เหมือนงานในอดีตมั้งคะ (แต่ถ้าไม่ทำผิดกฏซึ่งมีอยู่ตามสามัญสำนึกอยู่แล้ว)เราว่าคงต้องให้น้องๆรุ่นต่อไปเป็นผู้จัดแล้วค่ะ
คอมิคเฟสติวัล... น่าเสียดายจริงๆที่ไม่ได้ไปค่ะ > <
งาน kokoro นี้น่ายินดีจริงๆ ที่ไต่เต้าจากความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่จัดงานเล็กๆเพื่อการกุศล จนเป็นงานใหญ่ประจำปีได้ ^^
อืมมมมมม เสียงที่ครหาว่าเรื่องมากนั้น ถ้าเป็นเสียงของคนที่ทำให้งานการ์ตูนแย่ลง ดิฉันคิดว่า ทำหูทวนลมซะบ้างคงได้น่ะค่ะ (เช่นพวกบูธ 18+ นั้นถ้าไม่ให้ขาย ก็คงโดนว่าว่าเรื่องมากใช่ไหมละคะ) แต่ถ้าจัดงานใหญ่ประจำปีได้จริงๆ จะให้มีส่วนเฉพาะของ 18+ และดูแลไม่ให้ผู้ซื้ออายุน้อยเกินไป ก็คงจะทำได้น่ะค่ะ
-----
คุณ Jenova ตอบไว้ว่า
ปีละสองครั้งทรมานใจไปนิดค่ะ ถ้าพลาดงานนี้แล้วรอไปอีกครึ่งปี ตายค่ะตาย ลงแดงตายแน่
เอาซัก เอิ่ม สองเดือนครั้งได้มั้ย? สามเดือนครั้งก็ได้เอ้า
^^" ถ้าปีละสามหนก็สี่เดือนครั้ง
แต่ว่างานใหญ่จัดแค่ปีละสองหน ถ้าไม่คอขาดบาดตายจริงๆ คุณ Jenova คงไม่พลาดหรอกมังคะ (ฮา)
-----
คุณ Chubby Chocobo ตอบไว้ว่า
ถึงผมอยู่ต่างจัดหวัด ยังรู้สึกได้เลยว่าบางงานมันเยอะจนเฝือจริงๆ
ตอนนี้เลยเปลี่ยนไปเป็น การติดตามผลงานของบางกลุ่มแทนครับ
เอา circle ที่ติดตามเป็นตัวตั้ง ไม่เอาตัวผู้จัดงานเป็นตัวตั้งอีกแล้ว
ส่วนใหญ่คนที่มาก็จะเป็นแบบนี้เลยล่ะค่ะ คือมาเพื่อซื้อบูธที่ติดตาม แล้วก็กลับบ้าน
จริงๆแล้วถ้าจัดงานใหญ่ของปีแบบที่ดิฉันพูดได้ ก็คงต้องใช้วิธีนี้ เพราะจะไปเดินดูโดจินชิทั้งงานก็คงไม่ได้ใช่ไหมคะ (นึกถึงงานที่ญี่ปุ่นไว้) แต่ว่าโดจินที่คุณกะว่าจะไปซื้อนั้น ก็จะไม่ใช่แค่เล่มสองเล่ม แต่ก็จะเป็นกอบเป็นกำพอที่คุณจะกลับมานอนอ่านที่บ้านได้อย่างมีความสุข อารมณ์ดีเพราะไปงานการ์ตูนมา จริงไหมคะ (ไม่ใช่ว่าได้โดมาหนึ่งเล่ม พวงกุญแจอีกอัน...)
-----
คุณ moname Zosanขึ้นสมอง ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยมากๆ สมัยก่อนที่มีงานการ์ตูนจัดปีล่ะไม่กี่ครั้ง
เดี๋ยวนี้จัดถี่มาก นับไม่ถ้วนเลย จัดมันทุกอาทิตย์
จากที่ตะก่อนเคยซื้อโดฝีมือคนไทยครั้งละ7-8เล่มกลับบ้าน
เดี๋ยวนี้ซื้อแต่โดยุ่น เดี๋ยวนี้โดไทยขายไม่ค่อยออกค่ะ ถ้าไม่เทพ+ดังจริงๆ
พองานถี่เข้า คนก็เริ่มเผาโดกันมากขึ้น-__-|| ไม่ค่อยเห็นโดดีๆแล้วสมัยนี้
พี่ที่เคยเขียนๆก็หายไปไหนกันหมดไม่รู้T T"
รู้สึกว่า บรรยากาศงานการ์ตูนมันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ.....คิดถึงบรรยากาศเก่าๆจัง
ที่นานๆที ที่พวกเราเฝ้ารอที่จะไป ไม่ใช่ว่า เดี๋ยวก็จัดอีกแล้ว เลือกไปงานกันไม่ถูกเลย
ส่วนCPที่ตอนแรกๆดูยิ่งใหญ่ ตอนนี้ดูเป็นงานธรรมดาไปแล้วค่ะ บางทีก็จัดในสถานที่เล็กๆแบบมากๆ
ทำเอางงไปเลยค่ะ- -มันไม่ใช่แล้ว แบบนี้
ทำอะไรให้มันพอดีๆดีกว่า มากไปมันน่าเบื่อ แล้วเราก็จะเฝ้ารองานดี มีคุณภาพกันต่อไปT T!!!!
ถูกใจมากๆ เอาไปเลย
T T!!! จริงค่ะ เมื่อก่อนซื้อโดทีละ 7-8 เล่มสบายๆ เดี๋ยวนี้แทบไม่ซื้ออะไรเลย...
-----
คุณ Ares ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยทุกประการค่ะ เราชอบงานคอสเพลย์สมัยเมื่อหลายปีก่อนมากๆ มันรู้สึกว่ามีคุณค่า(และคุณภาพ)กว่าตอนนี้เยอะ จากเมื่อก่อนที่ไปเกือบทุกงาน ตอนนี้เป็นแทบจะไม่ได้ไปแล้วค่ะ(โดยเฉพาะ CP งานการ์ตูนถูกเอาไปใช้เป็นเครื่องมือโปรโมตสินค้าชัดๆ - -")
เดี๋ยวนี้เห็นบางงานประกาศเลย ใครแต่งคอสไปให้เงิน เห็นแล้วปวดใจมากค่ะ
เย้ย.... จริงดิ่............
แบบนี้เอาเด็กไปโปรโมตงานชัดๆ (ส่วนงานก็จัดโปรโมตสินค้า)
พูดตรงๆผิดหวังใน CP ครั้งล่าสุดจริงๆค่ะ บนเวลทีมีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ ไม่ค่อยจะเห็นเจตนาเลย...
-----
คุณ อูฐกินกล้วย~* ตอบไว้ว่า
เรื่องที่ติดใจตอนนี้ก็คือคนทำโดเผาโดกันมากขึ้นน่ะค่ะ
คนไปงานการ์ตูนส่วนใหญ่ก็สนใจจะไปคอสกันมากกว่า แต่ไม่ค่อยออกโด ซื้อโดกัน
อยากให้จัดทีนึงเป็นมหกรรมใหญ่ๆไปเลยเหมือนกัน ปีนึงไม่ต้องมีมาก แต่จัดให้ดีๆไปเลย
นี่มีทุกสองสามอาทิตย์เลย อารมณ์มันคือ "งานไหนก็ได้ ยังมีอีกหลายงาน"
ขอมอบดราก้อนบอลดีกว่าค่ะ
ใช่ค่ะ งานไหนก็ได้ ยังมีอีกหลายงาน และที่สำคัญ จะงานไหนก็เหมือนๆกัน
-----
STECHA ลา ล่า~ ตอบไว้ว่า
เห็นด้วยว่างานของบาง บ. ไม่ค่อยให้เกียรติเซอร์เคิลค่ะ บูทขายโดนี่เบียดเสียดไม่ไหวเลย ก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องทางการค้านะ เอาไปโหมให้สปอนเซอร์ หรือของขายของทาง บ. ก็ว่าไป แต่คนไปออกบูทรู้สึกแย่จริงๆ
ส่วนเรื่องโดจิน เราก็เป็นคนเขียนโดมาก่อนค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ได้เขียนแล้ว และไม่ได้ติดตามโดปัจจุบันเท่าไร แต่ถ้าเป็นมุมมองของผู้บริโภค เราเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ดีและเข้าตาจริงๆ เท่านั้นค่ะ
ถ้าทำมาแย่ ถึงออกบ่อย ออกทันทุกงานเราก็ไม่ซื้ออยู่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องโดจินต้องมีคุณภาพ เราคิดว่าขึ้นกับความตั้งใจของผู้เขียนและความพอใจของผู้ซื้อเอง ไม่จำเป็นต้องทำให้ทันซะทุกงาน
นักเขียนโดบ้านเรางานนึงอาจขายไม่ได้มาก การที่มีงานบ่อยๆ ก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้ขายได้เรื่อยๆ แต่คุณภาพนี่วัดใจคนเขียนละกันค่ะ ว่าทุ่มเทขนาดไหน คนซื้อเดี๋ยวนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีหัวคิด ถ้าทำออกมาไม่ดี คนอยากได้ก็น้อยตามไปตามผลของงานค่ะ
เบียดกันจริงๆค่ะ ส่วนใหญ่ก็เบียดอยู่แล้ว แต่บางงานที่นั่งในบูธได้คนเดียว ยืนสองคนก็ไม่ได้แล้ว...
โดเล่มที่ดีจริงๆ และเข้าตาจริงๆ เดี๋ยวนี้หายากมากค่ะ... อาจจะเป็นเพราะงานมีเยอะและบ่อย ทำให้เรารู้สึกว่าโดจินเป็นของโหลเกลื่อนกลาดก็ได้ เพราะฉะนั้นของที่ค่อนข้างดี แต่ยังไม่ดีสุดๆ ก็เลยยังไม่โดนใจ (แต่พูดตรงๆถ้าตั้งใจทำสักหน่อย เราเองก็ถือว่ามีคุณภาพแล้วค่ะ ไม่ใช่ขูดๆขีดๆมา ขายเล่มละ 180 นี่ไม่ไหว)
-----
ขออภัยสำหรับความคิดเห็นที่ไม่ได้ยกมาตอบตรงนี้ด้วยนะคะ
แต่ก็ขอบพระคุณมากสำหรับทุกความคิดเห็นเลยล่ะค่ะ